มันเป็นพวกเดียวกัน

18 02 2007

ทักษิณบุช 

รถเมล์สาย 66 หลานขึ้นไม่ได้นะจำไว้ บนนั้นคนขับชอบหักคอเด็ก ยิ่งเด็กดื้อยิ่งชอบ” 

สำหรับเด็กประถมหนึ่ง แถมขี้กลัวชนิดหัวหดตดหายอย่างผมด้วยแล้ว นั่นเป็นเหมือนคำประกาศิตที่ไม่มีทางจะแข็งขืนอย่างเด็ดขาด 

กว่าจะรู้เรื่องที่น้าชายพูดขู่ว่าเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาก็ล่วงเลยผ่านไปแรมปี ที่ทราบก็เพราะแม่เป็นคนจูงขึ้นรถเมล์สาย 66 ด้วยตัวเอง

แต่กว่าจะลากผมขึ้นรถไปได้ก็เล่นเอาแม่เหนื่อย เพราะผมเอาแต่ดิ้นพราดๆเพราะความกลัวที่ฝังลึกอยู่ 

แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานหลายสิบปีแล้ว แต่ผมก็รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าการโกหก หลอกลวงได้เป็นอย่างดี 

กระทั่งถึงทุกวันนี้ วันที่แม้แต่ตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์ของการเป็น “นักโกหก” มาอย่างเชี่ยวกราก แต่ความรู้สึก “โดนหลอก” ในวัยเด็กก็ยังลอยวนอยู่ ไม่ได้หนีไปไหน 

ครั้งแรกที่พบว่าตัวเองเป็นเหยื่อ โดนคนอื่นหลอกจนหัวหมุน หน้าซีด ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ใช่เรื่องที่จะลืมไปได้ง่ายๆอย่างแน่นอน 

มานั่งนึกอีกที การโดนน้าชายหลอกในวันนั้น มีเหตุผลง่ายๆก็คือ กลัวว่าผมจะซนเกินขนาด แอบนั่งรถเมล์พลัดหลงไปไหนต่อไหนเท่านั้น 

ส่วนประสบการณ์ในการเป็นนักโกหกของตัวเองต้องยอมรับว่าเทียบกับน้าไม่ได้เลย หาได้ไม่มีชั้นเชิงอะไรแม้แต่น้อย 

โดนจับไต๋บ่อยไป 

เรียกได้ว่าเป็น “ไก่อ่อน” ในเรื่องการโกหกก็คงไม่ผิดนัก 

พูดถึงความเป็น “นักโกหก” ชั้นเลิศมันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนมัธยมปลายคนนึง มันชื่อ “แป๊ะ”           

ไอ้เพื่อนคนนี้เป็นคนเงียบๆ ท่าทางเคร่งขรึม ใส่แว่นขอบหนา แต่ไม่ใช่ “เด็กเรียน” โดยเด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่คนเรียนหนังสือดี แถมชอบอ่านหนังสือโป๊ 

และนิสัยเสีย (เอ๊ะ หรือว่าดี) ของมันก็คือ ชอบแอบดูหน้าอกหน้าใจของครูสอนภาษาอังกฤษเป็นประจำ          

 ในกลุ่มเพื่อนสนิทจะยิ่งรู้ว่ามันเป็นคนแปลก-แปลกเอามากๆ 

หลังจากเลิกเรียนกลับบ้าน ผมและเพื่อนคนอื่นจะมานั่งรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน แต่จะไม่มี “ไอ้แป๊ะ” รวมอยู่ด้วยเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

แต่เมื่อเราก้าวเท้าขึ้นรถแล้ว จะเห็น “แป๊ะ” นั่งยิ้มเจ้าเล่ห์บนเบาะหลังด้านในสุดเป็นประจำ 

ส่วนสาเหตุนะเหรอคครับมันบอกว่า

นี่กูจะเล่าให้มึงฟังคนเดียวนะ รู้แล้วก็เหยียบซะนะ…

คืองี้ เวลากูนั่งขึ้นไปได้ไม่กี่ป้ายก็จะมีคนขึ้นมาเต็มไปหมดใช่มั๊ย คราวนี้แหละ ไอ้แป๊ะพูดอย่างมีอารมณ์ และแลบลิ้นไปมาตลอดเวลา

บางทีก็มีเด็กตัวเล็กๆ หรือที่เห็นบ่อยก็คือผู้หญิงท้อง แต่เมื่อที่นั่งเต็มก็ต้องมีใครเสียสละที่นั่งให้ กูก็จะพยายามสบตากับพวกเด็ก และหญิงท้องพวกนั้น  แล้วก็ต้องทำท่าจะขยับตัวให้พวกมันนั่งเสียเหลือเกิน แต่ก็ลุกไม่ได้เพราะมีคนยืนขวางเต็มไปหมด เพราะกูนั่งอยู่ด้านในสุดใช่มั๊ย

คราวนี้ไอ้พวกที่นั่งอยู่ทางด้านนอก มันก็ต้องเสียสละลุกจากเก้าอี้แทน

แต่มึงรู้อะไรมั๊ย พวกนั้นปากขอบคุณคนที่เสียสละที่นั่งให้ก็จริง แต่พอหันมาสบตากับกูๆรู้เลยว่า พวกนั้นอยากขอบใจกูมากกว่า

แม่งโดนกูหลอกวะ ฮ่า           

พูดจบ “ไอ้แป๊ะ” ก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงแหลมเล็ก บาดหูเสียเหลือเกิน กล่าวได้ว่าเป็นเสียงหัวเราะอันน่าชิงชังเป็นอย่างยิ่ง 

กล่าวถึงที่สุดแล้ว ผมไม่เคยชื่นชมพฤติกรรมที่มันบอก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่า “ชั้นเชิง” การเป็นนักหลอกลวงของมันเหนือชั้นเกินกว่าที่ผมจะเทียบได้ 

นับตั้งแต่เรียนจบมาผมไม่มีโอกาสได้เจอไอ้เพื่อนตัวแสบคนนี้อีกเลย แต่กลับมีโอกาสพบพานบุคคลที่มีชั้นเชิงของ “จอมโกหก” เช่นไอ้แป๊ะไม่น้อยเลย 

แต่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปก็คือ พฤติกรรมดังว่าไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่สิ่งที่เรียกได้ว่าบาปเหมือนอย่างที่เคยเข้าใจมา 

การหลอกลวง โกหก ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแอบทำ ซ่อนเร้น แต่สามารถแสดงตนได้อย่างเอิกเกริกอีกต่างหาก 

การโกหก ได้กลายเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่เรียกว่าการสร้างภาพ และมีลักษณะคล้ายคลึงกับวิธีส่งเสริมการตลาดที่สินค้าบางลักษณะเลือกใช้ 

แนวคิดแบบง่ายงาม สุขนิยม ชีวิตอันรื่นรมย์ การเป็นตัวของตัวเอง สามารถสอดประสานภายใต้แนวคิดเดียวกัน และทั้งหมดถูกสวมทับให้เป็นเครื่องมือในการสร้างความหมายให้กับโทรศัพท์มือถือบางยี่ห้อได้อย่างน่าทึ่ง

ส่วนกรณีใหญ่ๆก็อย่างเช่น การปลุกปั่นว่าเอ็นจีโอ สมัชชาคนจน (บางคน-บางกลุ่ม) ที่ออกมาประท้วงเรื่องการสร้างเขื่อน การเรียกร้องหาความยุติธรรมว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ

หนักข้อก็คือพวกขายชาติ ทำลายประเทศ ไปโน่นเลย 

ที่แสบสันต์ก็คืออดีตผู้นำประเทศที่สามารถหลอกลวงคนครึ่งค่อนประเทศว่าเป็น “นักบุญ” มาโปรดโดยแท้

หรือจะข้ามไปโกอินเตอร์ก็อย่าง ประธานาธิบดี จอร์จ บุช ของสหรัฐอเมริกา ยังสามารถสร้างจินตนาการให้สภาบน-สภาาล่างของสหรัฐเชื่อว่าอิรักมีศักยภาพที่จะทำระเบิดนิวเคลียร์ทำลายล้างโลกได้

และกองทัพสหรัฐได้ยกพล “ขึงพืด” ประเทศอิรักอยู่จนถึงบัดนี้

แต่แปลก-เมื่อผมแสดงข้อคิดเห็นเช่นนี้กับคนส่วนใหญ่ คำตอบเดียวที่ผมมักจะได้รับกลับมามักจะเป็นไปในท่วงทำนองที่ว่า

 มึงบ้าหรือเปล่า-โลกเราก็เป็นอย่างนี้ เรื่องหลอกลวงใครเขาก็ทำกันทั้งนั้น

เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ว่าใครจะทำได้นะเว้ย มันต้องมีศิลปะ  มีการวางแผนอย่างรัดกุมเหมาะสม ชั้นเชิงการหลอกลวงมันต้องเนียน ไร้ตำหนิ ข้อจับผิด…จำไว้ซะไอ้เวร

 และเหมือนทุกครั้งที่ผมได้ยินคำตอบเยี่ยงนี้ หูผมจะได้ยินเสียงหัวเราะอันแหลมเล็กของไอ้แป๊ะดังอึงอลอยู่ในสมองอย่างไม่อาจบังคับได้

ราวกับ “มัน” เป็นพวกเดียวกันอย่างน่าประหลาดใจ” 


เลือกคำสั่ง

ข้อมูล

ใส่ความเห็น