<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ชิกไก้ปั่ว</title>
	<atom:link href="http://kikaider.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kikaider.wordpress.com</link>
	<description>โลกส่วนตัวของเสี่ยวเอ้อ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 Apr 2007 15:44:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='kikaider.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>ชิกไก้ปั่ว</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://kikaider.wordpress.com/osd.xml" title="ชิกไก้ปั่ว" />
	<atom:link rel='hub' href='http://kikaider.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ที่มาของชิกไก้ปั่ว</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Apr 2007 15:37:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ มีคนชอบถามเสมอว่า ชิกไก้ปั่ว คืออะไร และมีความหมายว่าอะไร  หะแรก-ก็ไม่อยากเฉลยหรอกนะครับ เพราะผมก็ลอกเขามาอีกที แฮ่  แต่เมื่ออยากรู้ก็ขอเฉลยให้ฟังกันเสียตรงนี้  ถือว่าเป็นเรื่องแก้ขัดหลังจากไม่ได้โพสต์เรื่องใหม่ๆให้อ่านกันเลย  &#8221;ชิกไก้ปั่ว&#8221; เป็นสถานที่สมมติจากปลายปากกาของ &#8220;โก้วเล้ง&#8221; มังกรเมาผู้โด่งดังนั่นเอง อยู่ในเรื่อง &#8220;ผู้ยิ่งใหญ่&#8221; ที่ผมเคยเขียนเอาไว้นั่นแหละ  ส่วนความหมายก็คือ &#8220;เจ็ดอันครึ่ง&#8221; หรือ &#8220;เจ็ดเบี้ยครึ่ง&#8221;  ที่มาก็พิลึกพิลั่นพอดู ดังนี้  &#8221;เจ้าของสถานที่ก็มีนามว่าชิกไก้ปั่ว เนื่องเพราะผู้อื่นจะตัดผมต้องสิบห้าเบี้ย แต่มันเสียเจ็ดเบี้ยครึ่งเท่านั้น&#8221;  เนื่องเพราะมันเป็นคนศรีษะล้าน  ฮา ครับฮา  แต่ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ ร้าน &#8220;ชิกไก้ปั่ว&#8221; แห่งนี้ขายดีอย่างเหลือเชื่อ ค่ำคืนดึกดื่นยังมีลูกค้ามานั่งเต็ม ทั้งๆที่ร้านก็ไม่ใหญ่โตอะไร ในร้านก็มืดๆทึมๆ หน้าตาคนนั่งเป็นยังไงจำแนกกันไม่ค่อยออก  ส่วนอาหารนี่ยิ่งแล้วใหญ่มีอยู่แค่ 4 อย่าง  หมี่เนื้อวัว เนื้อวัวหมัก หมี่ขาหมู และ ขาหมูไฟแดง  มีอยู่แค่นี้จริงๆ  ส่วน &#8220;แขก&#8221; ที่มานั้นเล่า หลากหลายเสียจริงๆ จอมยุทธ์ คนยาก มหาเศรษฐีเป็น &#8220;ขาประจำ&#8221; ของ ชิกไก้ปั่ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=42&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> มีคนชอบถามเสมอว่า ชิกไก้ปั่ว คืออะไร และมีความหมายว่าอะไร<br />
 หะแรก-ก็ไม่อยากเฉลยหรอกนะครับ เพราะผมก็ลอกเขามาอีกที แฮ่<br />
 แต่เมื่ออยากรู้ก็ขอเฉลยให้ฟังกันเสียตรงนี้<br />
 ถือว่าเป็นเรื่องแก้ขัดหลังจากไม่ได้โพสต์เรื่องใหม่ๆให้อ่านกันเลย<br />
 &#8221;ชิกไก้ปั่ว&#8221; เป็นสถานที่สมมติจากปลายปากกาของ &#8220;โก้วเล้ง&#8221; มังกรเมาผู้โด่งดังนั่นเอง<br />
อยู่ในเรื่อง &#8220;ผู้ยิ่งใหญ่&#8221; ที่ผมเคยเขียนเอาไว้นั่นแหละ<br />
 ส่วนความหมายก็คือ &#8220;เจ็ดอันครึ่ง&#8221; หรือ &#8220;เจ็ดเบี้ยครึ่ง&#8221;<br />
 ที่มาก็พิลึกพิลั่นพอดู ดังนี้<br />
 &#8221;เจ้าของสถานที่ก็มีนามว่าชิกไก้ปั่ว เนื่องเพราะผู้อื่นจะตัดผมต้องสิบห้าเบี้ย แต่มันเสียเจ็ดเบี้ยครึ่งเท่านั้น&#8221;<br />
 เนื่องเพราะมันเป็นคนศรีษะล้าน<br />
 ฮา ครับฮา<br />
 แต่ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ ร้าน &#8220;ชิกไก้ปั่ว&#8221; แห่งนี้ขายดีอย่างเหลือเชื่อ ค่ำคืนดึกดื่นยังมีลูกค้ามานั่งเต็ม ทั้งๆที่ร้านก็ไม่ใหญ่โตอะไร<br />
ในร้านก็มืดๆทึมๆ หน้าตาคนนั่งเป็นยังไงจำแนกกันไม่ค่อยออก<br />
 ส่วนอาหารนี่ยิ่งแล้วใหญ่มีอยู่แค่ 4 อย่าง<br />
 หมี่เนื้อวัว เนื้อวัวหมัก หมี่ขาหมู และ ขาหมูไฟแดง<br />
 มีอยู่แค่นี้จริงๆ<br />
 ส่วน &#8220;แขก&#8221; ที่มานั้นเล่า หลากหลายเสียจริงๆ<br />
จอมยุทธ์ คนยาก มหาเศรษฐีเป็น &#8220;ขาประจำ&#8221; ของ ชิกไก้ปั่ว แทบทั้งสิ้น<br />
 &#8221;ยังมีบางจำพวกเนื่องเพราะกลางวันไม่อาจพบเห็นผู้คน ดังนั้นกลางคืนจึงมายืดเส้นยืดสายในทีนี้ และมีบางจำพวกเนื่องเพราะรู้สึก สถานที่นี้ไม่เลวจึงได้มา&#8221;<br />
 โก้วเล้งขยายความต่อดังนี้<br />
 &#8221;หากท่านไปเหลาสุราโอฬาร ร้านอาหารใหญ่โตทุกวัน ท่านจะรู้สึกว่าไม่มีความหมาย บางครั้งมาที่นี่สักครา จะรู้สึกแปลกใหม่น่าสนใจ&#8221;<br />
 &#8221;คล้ายดังหากท่านเฝ้าภรรยาอยู่ทุกวันเวลา บางครั้งไปหาสตรีอื่นๆบ้าง แม้ว่าสตรีนางนั้นอัปลักษณ์กว่าภรรยาท่านมากหลาย ท่านก็จะรู้สึกแปลกใหม่และเร้าใจ&#8221;<br />
โห-เขียนได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ไม่ใช่จอมเมามาย ชายขี้เหงา ใช้สุราราดรดทุกข์แล้ว คงไม่สามารถสร้างจินตนาการได้กว้างไกลอย่างนี้หรอก<br />
นับถือๆ<br />
 แม้จะเป็นแค่เรื่องแต่ง แต่เรา-คือผมและคนที่เคยได้อ่าน &#8220;ผู้ยิ่งใหญ่&#8221; คงต้องคิดเหมือนกันแน่ๆว่า ร้าน &#8220;ชิกไก้ปั่ว&#8221; ช่างคุ้นหูคุ้นตาเสียเหลือเกิน<br />
 เหมือนร้านข้าวต้มไกล้ๆบ้าน-ว่าอย่างนั้น<br />
 อย่างผมเองยังยอมรับว่ามีร้าน &#8220;ชิกไก้ปั่ว&#8221; เจ้าประจำเหมือนกัน<br />
 ชื่อร้านไม่มีครับ ใบ้ให้นิดๆว่าอยู่ละแวกถนนประชาชื่น ไกล้กับที่ตั้งของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่รู้จักกันไปทั่วนั่นเอง<br />
 ร้านก็อยู่ในมุมมืดๆ แสงไฟ ส่องเข้าไปไม่ถึง โต๊ะ เก้าอี้ ก็มีไม่กี่ชุด<br />
 แถมวันดีคืนดี ต้องนั่งทนเหม็นเยี่ยวกันไปอีกต่างหาก<br />
 อาหารนะหรือครับ ยืนพื้นก็มีแค่หมูปิ้ง<br />
 ครับหมูปิ้ง ข้าวเหนียวอะไรอย่างนั้นละ<br />
 ตอนหลัง เริ่มมีพวก &#8220;แหนม-ไส้กรอก&#8221; แซมมาด้วย<br />
 หรือมี แกงหม้อ-ข้าวหม้อ อะไรอย่างนั้น<br />
 ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากนี้<br />
 อ้อ แล้วก็มีเบียร์กระป๋องไว้จำหน่ายด้วย-ขาดไม่ได้ซิครับ<br />
 ดูมันกระจอกยังไงๆอยู่ใช่มั๊ยครับ<br />
 แต่โทษที 4-5 ทุ่มขึ้นไปเลยไปถึงช่วงฟ้าเริ่มเปิด ลูกค้าตึม<br />
 มีทั้งนักข่าว นักเขียน ช่างแท่น<br />
 นักร้อง นักดนตรีก็มีนะครับ<br />
 และที่ขาดไม่ได้ก็คือ &#8220;จอมยุทธ์&#8221; ครับ<br />
 จอมยุทธ์ที่ว่าก็คือ พวกที่ดีกรีเริ่มได้ที่ ตาเริ่มขวาง เสียงเริ่มอ้อแอ้<br />
 ลมปราณถึงจุดสุดยอดเมื่อไหร่ อาจมีรายการวางไม้วางมือ ตะโกนท้าทายพอให้เนื้อตัวสั่น<br />
 จอมยุทธ์หนุ่มบางรายพอ &#8220;ของขึ้น&#8221; เห็นเก้าอี้เป็นมีดดาบยกขึ้นฟาดโต๊ะไกล้ๆกันก็มี<br />
 แหม-ฟังดูน่ากลัวเนอะ<br />
 แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีอะไรหรอกครับ บางวันจอมยุทธ์หนุ่มเหล่านี้ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวดี<br />
 แถมบางวันเรียกเสียงฮา เพราะหลับทั้งยืน เพราะฤทธิ์เมาถามหาก็มี ฮ่า<br />
 ลูกค้าโดยรวมหนักไปทาง &#8220;ติสต์แดก&#8221; เสียมากกว่า<br />
 ประเภทกินไป 2-3 กระป๋องก็อ่านบทกวี หรือไม่ก็กระดกลูกคอออกมาเป็นเพลงลูกทุ่งให้พอครึกครื้นเสียมากกว่า<br />
 อารมณ์นี่ &#8220;ชิกไก้ปั่ว&#8221; ไม่ผิดเพี้ยนเลยนะครับ<br />
 อยากมาทดสอบบรรยากาศก็ได้ครับ แต่ตั้งอยู่พื้นที่บริเวณไหนต้องพยายามกันหน่อย<br />
 ตาดีได้ ตาร้ายเสียครับ</p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/42/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/42/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/42/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=42&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/04/08/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หมาเฝ้าบ้าน</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/03/09/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/03/09/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Mar 2007 15:52:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัตว์-สิ่งของ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/03/09/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[ รู้จักคำว่าหมาเฝ้าบ้านหรือเปล่าครับ  ความคุ้นเคยของคนส่วนมากคงนึกว่าคือสัญญลักษณ์ของ &#8220;นักข่าว-นักหนังสือพิมพ์&#8221; ผู้เห่าหอนเพื่อความถูกต้องของสังคม  (ส่วนอาการโกรธแค้น ฟูมฟาย โอเวอร์แอ๊กติ้งของนักข่าวไอทีวี จะรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ผมขอไม่ออกความเห็นน่ะครับ แฮ่)  แต่สำหรับผมพูด ถึง &#8220;หมาเฝ้าบ้าน&#8221; ก็นึกถึง &#8220;หมา&#8221; 2 ตัวขึ้นมาทันที-จริงๆนะเอ้า  เพราะมันเป็นหมาเฝ้าบ้าน หรือเรียกให้ถูกก็คือ &#8220;เฝ้าสำนักงาน&#8221; ที่ผมและเพื่อนสังกัดอยู่  มันชื่อ &#8220;ดำหมู&#8221; และ &#8220;ดำน้อย&#8221; ครับ  จำได้เลือนๆว่า นับตั้งแต่เรามีตึกทำงานเป็นของตัวเอง เราก็มี &#8220;ไอ้แดง&#8221; สุนัขไทยเพศเมียเป็นสมาชิกใหม่มาตลอด  มันมาจากไหนไม่มีใครรู้และอยากรู้ แต่ที่แน่ๆมันเป็นสมาชิกของสำนักงานของเราโดยไม่ได้รับเชิญ  เช่นเดียวกับ &#8220;ดำหมู&#8221; และ &#8220;ดำน้อย&#8221; ลูกของมันในเวลาต่อมา  &#8221;ไอ้แดง&#8221; เป็นหมาไทย ส่วนจะพันธุ์ทางหรือไม่อย่างไรนั้นผมก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่มีลักษณะงามสง่า เรียบร้อย เรียกว่าเป็นหมาที่ใช้ได้เลย  ไม่ใช่เว่อร์นะครับ เพราะผมเคยสังเกตมันตอน &#8220;ฉี่&#8221; ที่มักจะนั่งลงถ่ายอย่างเรียบร้อย เท้าทั้งสี่วางอยู่บนพื้น เรียกว่าเป็นหมามีมารยาทแม้ยามฉี่  ส่วนลูกของมัน &#8220;ดำน้อย&#8221; เวลา &#8220;ฉี่&#8221; จะตะแคงข้างถ่ายเหมือนหมาตัวผู้ยังไงยังงั้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=37&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/03/à¸à¸³à¸«à¸¡à¸¹.jpg" title="dog"></a><br />
 รู้จักคำว่าหมาเฝ้าบ้านหรือเปล่าครับ<br />
 ความคุ้นเคยของคนส่วนมากคงนึกว่าคือสัญญลักษณ์ของ &#8220;นักข่าว-นักหนังสือพิมพ์&#8221; ผู้เห่าหอนเพื่อความถูกต้องของสังคม<br />
 (ส่วนอาการโกรธแค้น ฟูมฟาย โอเวอร์แอ๊กติ้งของนักข่าวไอทีวี จะรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ผมขอไม่ออกความเห็นน่ะครับ แฮ่)<br />
 แต่สำหรับผมพูด ถึง &#8220;หมาเฝ้าบ้าน&#8221; ก็นึกถึง &#8220;หมา&#8221; 2 ตัวขึ้นมาทันที-จริงๆนะเอ้า<br />
 เพราะมันเป็นหมาเฝ้าบ้าน หรือเรียกให้ถูกก็คือ &#8220;เฝ้าสำนักงาน&#8221; ที่ผมและเพื่อนสังกัดอยู่<br />
 มันชื่อ &#8220;ดำหมู&#8221; และ &#8220;ดำน้อย&#8221; ครับ<br />
 จำได้เลือนๆว่า นับตั้งแต่เรามีตึกทำงานเป็นของตัวเอง เราก็มี &#8220;ไอ้แดง&#8221; สุนัขไทยเพศเมียเป็นสมาชิกใหม่มาตลอด<br />
 มันมาจากไหนไม่มีใครรู้และอยากรู้ แต่ที่แน่ๆมันเป็นสมาชิกของสำนักงานของเราโดยไม่ได้รับเชิญ<br />
 เช่นเดียวกับ &#8220;ดำหมู&#8221; และ &#8220;ดำน้อย&#8221; ลูกของมันในเวลาต่อมา<br />
 &#8221;ไอ้แดง&#8221; เป็นหมาไทย ส่วนจะพันธุ์ทางหรือไม่อย่างไรนั้นผมก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่มีลักษณะงามสง่า เรียบร้อย เรียกว่าเป็นหมาที่ใช้ได้เลย<br />
 ไม่ใช่เว่อร์นะครับ เพราะผมเคยสังเกตมันตอน &#8220;ฉี่&#8221; ที่มักจะนั่งลงถ่ายอย่างเรียบร้อย เท้าทั้งสี่วางอยู่บนพื้น เรียกว่าเป็นหมามีมารยาทแม้ยามฉี่<br />
 <strong>ส่วนลูกของมัน &#8220;ดำน้อย&#8221; เวลา &#8220;ฉี่&#8221; จะตะแคงข้างถ่ายเหมือนหมาตัวผู้ยังไงยังงั้น<br />
</strong> &#8221;ไอ้แดง&#8221; เป็นหมาที่เห่าเก่ง ดุในบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่มักนอนเงียบอยู่ในโรงอาหารนั่นแหละไม่ไปไหน<br />
 มันมาอย่างเงียบๆและจากไปอย่างเงียบๆ<br />
 หลังจากนั้นมา ทั้ง &#8220;ดำหมู-ดำน้อย&#8221; ได้กลายเป็นเหมือน &#8220;สมบัติส่วนกลาง&#8221; ของพวกเราทุกคนในบริษัท<br />
 เป็นที่รักของบางคน น่ารำคาญสำหรับหลายคน แต่ถึงขั้นเกลียดชังนั้นไม่ค่อยจะมีนัก<br />
 ดูจากลักษณะภายนอก ทั้งสองตัวเป็นหมาไทยอันแสนจะธรรมดา ดาดๆ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป<br />
 คือเป็นหมาตัวเมีย สีดำ ไม่งามสง่าเหมือนหมาฝรั่งพันธุ์ดี แต่ก็ไม่ถึงขนาดขี้เหร่เกินทนอะไรนัก<br />
 สรุปโดยรวมแล้ว ไม่มีลักษณะอะไรที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ควรค่าสนใจแม้แต่น้อย<br />
 สำหรับ &#8220;ดำน้อย&#8221; นับเนื่องจากวันที่เป็นลูกหมาตัวน้อยๆจนกลายหมาสาว เลยไปจนกลายเป็นสุนัข &#8220;ขิงแก่&#8221; ไปเรียบร้อยแล้วนั้น ถือว่ามันได้ &#8220;เสียหมา&#8221; ไปแบบไม่เหลือคราบไคลเดิมแม้แต่น้อย<br />
 จากที่ผมเคยรู้และอ่านผ่านตามาบ้าง ลักษณะเด่นของหมาไทยก็คือ สภาพจิตใจที่จะเปลี่ยนไปตามร่างกายและอายุ ยิ่งโตขึ้นจะยิ่งมีความเป็นตัวของตัวเอง มิได้คงสภาพเป็นลูกหมาไปทั้งชีวิตเหมือนหมาฝรั่ง<br />
 และเมื่อโตแล้วก็มักจะไม่ค่อยติดคน แถมชอบเที่ยวเตร่อีกด้วย<br />
 แต่สำหรับ &#8220;ดำน้อย&#8221; แล้ว โตไปตามวัยก็จริง แต่มันไม่ดุ เห่าไม่ค่อยเป็น ชมชอบอยู่กับผู้คนเป็นนิจ แถมใจง่ายเดินตามคนแปลกหน้าอยู่บ่อยหน<br />
 นี่ไม่อาจโทษว่าเป็นความผิดของหมา แต่เกิดขึ้นจากการเป็นหมาที่ถูกตามใจ ปรนเปรอด้วยอาหารนานาชนิดเสียมากกว่า<br />
 มัน &#8220;เสียหมา&#8221; เพราะคน ว่ากันอย่างนั้น<br />
 ส่วน &#8220;ดำหมู&#8221; ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน<br />
 วัยเด็ก &#8220;ดำหมู&#8221; ก็มีหน้าตา รูปร่างถอดแบบมาจาก &#8220;ดำน้อย&#8221; ถูกกระเบียดนิ้วนั่นแหละ แต่ยิ่งโตขึ้นลักษณะภายนอกก็แตกต่างกันไปอย่างสุดขั้ว เนื่องจากข้าวไม่กิน ทานแต่ของหวานอย่าง เค้ก นมไวตามิลค์<br />
 และมีอาหารเสริมคือ ขนมปังกรอบ &#8220;กูลิโกะ&#8221;<br />
 ผลหรือครับ มันก็กลายเป็นหมาที่เหมือนหมูมากกว่าหมานะซิครับ<br />
 แต่คุณลักษณะพิเศษของมันไม่ใช่รูปร่าง ถึงมีเพื่อนร่วมงานบางส่วนแสดงความเห็นว่ามันเป็นหมาขี้เกียจ นอกเหนือจากกินก็คือนอน ยกเว้นตอนถ่ายหนัก-เบาเท่านั้น<br />
 แต่ผมขอแย้งครับ ขอแย้ง<br />
 ผมคิดว่า &#8220;ดำหมู&#8221; เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น เพราะสืบทอดนิสัยของ &#8220;ไอ้แดง&#8221; แม่ของมันไว้ไม่น้อย<br />
 เวลาผมลงไปทานกลางวันที่โรงอาหาร มันจะเดินวนอยู่รอบๆเพื่อให้ผมตบหัวแสดงความรัก หลังจากนั้นก็จะไปซุกตัวหาที่นอนอย่างเงียบๆอยู่ไกล้ๆ<br />
 แต่ถ้าบางครั้ง มันวิ่งพุ่งเข้าชนใส่นั่นหมายความว่า มำนกำลังบอกว่าไม่สบายหรือหิว<br />
 แถมมันชอบอยู่เงียบๆเหมือนแม่ของมัน ไม่ชอบมีเพื่อน ยิ่งถ้าเป็นเพศตรงข้ามด้วยแล้วจะคำรามเข้าใส่<br />
 หมาตัวเดียวที่มันอนุญาติให้อยู่ไกล้ในบางคราวก็คือ &#8220;ดำน้อย&#8221;<br />
 <strong>ยิ่งถ้าอารมณ์ดีหน่อยก็จะยอมให้ &#8220;น้องสาว&#8221; ใช้ลิ้นเลียหัวจนเปียกชุ่มอย่างสุขใจ<br />
</strong> &#8221;ดำน้อย&#8221; ชอบสังคม ยามมีเพื่อนใหม่หลุดรอดเข้ามา ก็จะแค่เห่าเบาๆทักทาย ไม่มีคำรามลั่นเพื่อขับไล่แต่อย่างใด<br />
 ส่วน &#8220;ดำหมู&#8221; เป็นหมาเก็บกดมากกว่า มีจิตวิญญานแห่งหมาชัดเจนกว่า ไม่มีอะไรหรือใครที่จะบังคับมันได้ มันกินเมื่อหิว และนอนเมื่อง่วง<br />
 ปัจจุบัน สองตัวนี่ถือเป็น &#8220;หมาไกล้ฝั่ง&#8221; ของสำนักงานของเรา และเริ่มมีหมา &#8220;ทีนเอจ&#8221; เข้ามาแย่งความสนใจบ้างประปรายบ้างแล้ว<br />
 แต่มันก็ยังเป็น &#8220;เสาหลัก&#8221; ของเหล่าหมา-หมาในสำนักงานของเราอยู่เหมือนเดิม<br />
 และยามมีแขกมาเยือนสำนักงานของเรา ผมและเพื่อนไม่เคยอับอายที่จะพาหมาสองตัวออกมา&#8221;รับแขก&#8221; แต่อย่างใด<br />
 และกล้าบอกกับใครต่อใครด้วยว่า<br />
 <strong>มันเป็น &#8220;หมาเฝ้าบ้านของเรา&#8221;</strong></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/37/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/37/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/37/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=37&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/03/09/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ข้อคิดจากเมล์ขยะ</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2007 19:51:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/</guid>
		<description><![CDATA[คุณเคยได้รับเมล์ข้อความประเภทนี้หรือเปล่าครับ  ระบบของคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องถ่อสังขาร รอรถติดไปทำงาน  ความเชื่อที่ว่าคนที่ทำงานรายได้ดีกว่าคุณเป็นคนเก่งกว่าคุณ ซึ่งนั่นหาใช่ความจริงไม่  คุณคือใคร? คนที่ประสบความสำเร็จ-คนที่ล้มเหลว-คนที่พยายามจะประสบความสำเร็จ การโพสต์ในเว็บเป็นธุรกิจเงินแสนต่อเดือน?  คุณเคยคิดไหมว่าน่าจะมีวิธีทำเงินได้ดีกว่านี้  ในสมัยเรียนเคยมีอาจารย์ท่านใด สอนให้คุณรู้จักวิธีสร้างความร่ำรวยบ้าง พวกเราเรียนหนังสือมาชั่วชีวิต แต่ไม่มีวิชาใดเลย ที่สอนให้เราร่ำรวยมั่งคั่ง  ลองคลิกเข้าไปดูข้อความ ก็จะได้ความหมายคล้ายๆกัน เป็นการชักชวนให้ลงทะเบียน สมัครเป็นสมาชิก เข้าร่วมงาน ทั้งที่ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนอย่างที่เขียนโน้มน้าวเอาไว้เลย   เมล์ประภทนี้เป็นเมล์ขยะ-ที่ไม่ควรค่าแห่งความสนใจแม้แต่นิดเดียว  แต่เมื่อเร็วๆนี้ มีเมล์ขยะประเภทนี้ส่งเข้ามา จะด้วยเพราะผมมีเวลาว่างเหลือเฟืออะไรก็ตามแต่ แต่เมื่อลองคลิกเข้าไปดูเล่นๆ กลับได้ค้นพบข้อความที่เป็น &#8220;ของใหม่&#8221; ในเมล์ประเภทนี้  และต้องยอมรับว่าน่าสนใจไม่เลวเลยทีเดียว  มันเป็นเรื่องของ &#8220;ช้างกับกิ่งไม้&#8221;  &#8220;นานมาแล้ว ชาวอินเดียใช้วิธีการนำลูกช้างมาฝึกให้เชื่อง โดยล่ามโซ่ขนาดใหญ่ที่ขาของลูกช้างติดกับต้นไม้หรือซุงขนาดใหญ่ พละกำลังของลูกช้างเองไม่สามารถที่ทำให้ลูกช้างมีอิสระได้ ความพยายามหลายๆครั้งแล้วทำไม่สำเร็จนั้น ทำให้ลูกช้างจดจำว่า ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และหลังจากความพยายามอย่างเต็มที่ในระยะเวลาที่นานพอสมควรแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ลูกช้างจะยอมแพ้ไปเอง และเชื่อว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจหนีไปไหนได้  ท้ายที่สุดเมื่อลูกช้างโตเต็มที่ มีน้ำหนักหลายตัน คนเลี้ยงก็อาจเพียงแต่ผูกช้างนั้นไว้กับกิ่งไม้ก็พอ มันจะไม่หนีไปไหน อันที่จริงมันไม่คิดที่จะหนีไปไหนเลยด้วยซ้ำ  เราเองก็คงไม่ต่างอะไรกับช้าง เราเชื่อไปเองว่าเราไม่อาจหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ ความเชื่อนี้จะฝังหัวเรามากขึ้นๆ จนในที่สุดมันกลายเป็นความจริงในจิตใต้สำนึก  แต่ถึงที่สุดเราเองต้องตัดสินใจและตระหนักให้ได้ว่า สิ่งที่ผูกติดเราไว้ ไม่ใช่ต้นไม้หรือหรือขอนไม้ที่ใหญ่โต [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=35&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/elephant.gif" title="ช้างกับกิ่งไม้"></a><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/elephant.gif" title="ช้างกับกิ่งไม้"></p>
<p style="text-align:center;"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/elephant.gif?w=510" alt="ช้างกับกิ่งไม้" /></p>
<p></a>คุณเคยได้รับเมล์ข้อความประเภทนี้หรือเปล่าครับ<br />
 ระบบของคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องถ่อสังขาร รอรถติดไปทำงาน<br />
 ความเชื่อที่ว่าคนที่ทำงานรายได้ดีกว่าคุณเป็นคนเก่งกว่าคุณ ซึ่งนั่นหาใช่ความจริงไม่<br />
 คุณคือใคร? คนที่ประสบความสำเร็จ-คนที่ล้มเหลว-คนที่พยายามจะประสบความสำเร็จ<br />
การโพสต์ในเว็บเป็นธุรกิจเงินแสนต่อเดือน?<br />
 คุณเคยคิดไหมว่าน่าจะมีวิธีทำเงินได้ดีกว่านี้<br />
 ในสมัยเรียนเคยมีอาจารย์ท่านใด สอนให้คุณรู้จักวิธีสร้างความร่ำรวยบ้าง พวกเราเรียนหนังสือมาชั่วชีวิต แต่ไม่มีวิชาใดเลย ที่สอนให้เราร่ำรวยมั่งคั่ง<br />
 ลองคลิกเข้าไปดูข้อความ ก็จะได้ความหมายคล้ายๆกัน เป็นการชักชวนให้ลงทะเบียน สมัครเป็นสมาชิก เข้าร่วมงาน ทั้งที่ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนอย่างที่เขียนโน้มน้าวเอาไว้เลย<br />
  เมล์ประภทนี้เป็นเมล์ขยะ-ที่ไม่ควรค่าแห่งความสนใจแม้แต่นิดเดียว<br />
 แต่เมื่อเร็วๆนี้ มีเมล์ขยะประเภทนี้ส่งเข้ามา จะด้วยเพราะผมมีเวลาว่างเหลือเฟืออะไรก็ตามแต่ แต่เมื่อลองคลิกเข้าไปดูเล่นๆ กลับได้ค้นพบข้อความที่เป็น &#8220;ของใหม่&#8221; ในเมล์ประเภทนี้<br />
 และต้องยอมรับว่าน่าสนใจไม่เลวเลยทีเดียว<br />
 มันเป็นเรื่องของ &#8220;ช้างกับกิ่งไม้&#8221;<br />
 <strong>&#8220;นานมาแล้ว ชาวอินเดียใช้วิธีการนำลูกช้างมาฝึกให้เชื่อง โดยล่ามโซ่ขนาดใหญ่ที่ขาของลูกช้างติดกับต้นไม้หรือซุงขนาดใหญ่ พละกำลังของลูกช้างเองไม่สามารถที่ทำให้ลูกช้างมีอิสระได้ ความพยายามหลายๆครั้งแล้วทำไม่สำเร็จนั้น ทำให้ลูกช้างจดจำว่า ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และหลังจากความพยายามอย่างเต็มที่ในระยะเวลาที่นานพอสมควรแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ลูกช้างจะยอมแพ้ไปเอง และเชื่อว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจหนีไปไหนได้<br />
 ท้ายที่สุดเมื่อลูกช้างโตเต็มที่ มีน้ำหนักหลายตัน คนเลี้ยงก็อาจเพียงแต่ผูกช้างนั้นไว้กับกิ่งไม้ก็พอ มันจะไม่หนีไปไหน อันที่จริงมันไม่คิดที่จะหนีไปไหนเลยด้วยซ้ำ<br />
 เราเองก็คงไม่ต่างอะไรกับช้าง เราเชื่อไปเองว่าเราไม่อาจหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ ความเชื่อนี้จะฝังหัวเรามากขึ้นๆ จนในที่สุดมันกลายเป็นความจริงในจิตใต้สำนึก<br />
 แต่ถึงที่สุดเราเองต้องตัดสินใจและตระหนักให้ได้ว่า สิ่งที่ผูกติดเราไว้ ไม่ใช่ต้นไม้หรือหรือขอนไม้ที่ใหญ่โต มันเป็นเพียงกิ่งไม้เล็กๆ<br />
 สิ่งสำคัญก็คือเราต้องเริ่มต้นที่จะกล้าหักกิ่งไม้นั้นทิ้ง แล้วมุ่งหน้าไปยังป่าสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์&#8221;<br />
</strong> &#8221;ช้างกับกิ่งไม้&#8221; นำมาจากหนังสือ The Elephant &amp; The Twig ของ Geoff Thomson เท่าที่ทราบมีฉบับแปลเป็นภาษาไทยวางขายมาหลายปีแล้ว<br />
 ซึ่งไม่รู้ทำอีท่าไหน ถูกโยงมาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตไปเสียได้<br />
 เป็นธุรกิจที่ดำเนินการจริง หรือหลอกลวงก็ไม่ทราบได้<br />
 แต่เอาเถอะ-&#8221;ช้างกับกิ่งไม้&#8221; ก็มีคุณค่าบางอย่างในเนื้อหาที่น่านำเอาไปคิดต่อ<br />
  &#8220;ช้างกับกิ่งไม้&#8221; ไม่ได้เป็นปรัชญาที่ซับซ้อน ลึกซึ้งอะไรนัก &#8220;ความคิด&#8221; ในเนื้อหาที่สื่อออกมา หากแปลความหมายผิดเพี้ยนไปก็อาจกลายเป็นทางเลือกอันตรายเสียด้วยซ้ำ<br />
 แต่ถึงอย่างไรก็ยังพอมองเห็น &#8220;ความดีงาม&#8221; ที่สอดแทรกอยู่ในนั้น<br />
 บอกตามตรง บางแง่มุมใน &#8220;ช้างกับกิ่งไม้&#8221; พ้องพานกับความรู้สึก &#8220;การเริ่มต้น&#8221; ของการ &#8220;คิดการเล็ก&#8221; ในหลายแวดวงได้อย่างกลมกลืน<br />
 แน่นอน-การเริ่มต้นของการคิดการเล็กนั้น บางทีก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะรู้สึกว่าตัวเองคือช้างที่ถูกล่ามโซ่-มันไม่ได้เลวร้ายหรือหดหู่อะไรอย่างนั้น<br />
 แต่เสียงเรียกร้องให้คนหนึ่งก้าวออกเดิน เพราะต้องการแสวงหาความลึกลับในป่าสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์เบื้องหน้า นั่นต่างหากที่น่าใคร่ครวญหาคำตอบ<br />
 มันเป็นเรื่องของ &#8220;หัวใจ&#8221; ล้วนๆไม่มีก้อนกรวดปน<br />
 มีนักเขียนหนุ่มบางคนเคยให้สัมภาษณ์ว่า<br />
 &#8221; สำหรับผมแล้ว การรักในสิ่งที่ทำและได้ทำในสิ่งที่รักควบคู่กันไป คือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ส่วนผลที่ตามมาหลังจากนั้นทั้งเลวและร้ายก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป &#8220;<br />
 แม้จะฟังดูเขื่องๆหน่อย แต่มันก็ใช่เลย<br />
 อย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้มีความสุขกับการเกิดเป็น &#8220;ช้าง&#8221; ทุกคนครับ<br />
 ไม่ว่าคุณจะถูก &#8221; ล่าม &#8221; เอาไว้หรือไม่ก็ตาม<br />
 <br />
 <br />
 </p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/35/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/35/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/35/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=35&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/22/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/elephant.gif" medium="image">
			<media:title type="html">ช้างกับกิ่งไม้</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นักข่าวกีฬาชื่อมิตช์ อัลโบม</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/20/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/20/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Feb 2007 14:29:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[คน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/20/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b1/</guid>
		<description><![CDATA[รู้จักนักข่าวกีฬาบ้างมั๊ยครับ  ถ้าบ้านเราที่รู้จักส่วนมากก็คงจะเป็น &#8220;คนดัง&#8221; อย่าง &#8220;บิ๊กจ๊ะ&#8221; สาธิต กรีกุล เอกราช เก่งทุกทาง  หรือถ้าเป็นรุ่นใหญ่หน่อยก็คงจะเป็น พิษณุ นิลกลัด  แต่เอาเข้าจริงแล้ว ท่านทั้งหลายที่ว่ามานี้ถือว่าหนักไปทาง &#8220;นักพากย์&#8221; มากกว่า ไม่ใช่ นักข่าวที่เกาะติดอยู่ในพื้นที่ ออกไล่ล่าหาข่าวจากแหล่งข่าวแต่อย่างใด  ซึ่งอย่างหลังนี่ว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยมีใครรู้จักชื่อเสียง รูปร่างหน้าตาสักเท่าไหร่เลย  แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะในอังกฤษ-สหรัฐ การเป็น &#8220;นักพากย์&#8221; กับ &#8220;นักข่าว&#8221; แบ่งแยกกันโดยเด่นชัด  ที่สวมหมวก 2 ใบค่อนข้างจะหายาก  ที่เหมือนกันก็คือ &#8220;นักข่าวกีฬา&#8221; มักจะไม่เป็นที่คุ้นเคยเหมือนกับนักพากย์กีฬา หรือพวกคอมเมนเตเตอร์เท่าใดนัก  ยกเว้นไว้คนครับ เขาชื่อ &#8220;มิตช์ อัลโบม&#8221;  ว่าไปแล้วมิตช์ อัลโบม น่าจะเป็นแบบฉบับของ &#8220;อเมริกัน ดรีม&#8221; ได้อย่างสมบูรณ์แบบคนหนึ่ง  หลังจากจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแบรนดีสมิตช์เริ่มต้นชีวิตการทำงานเมื่อปี 1981 ด้วยการเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาให้กับหนังสือพิมพ์ Queens Tribune ในนิวยอร์ก ก่อนจะลงหลักปักฐานกับ Detroit Free Press ในปี 1985 มาจนถึงปัจจุบัน  [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=33&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/mitch.gif" title="มิตช์ ภ??ลโบม"></a></span></strong><strong><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/mitch.gif" title="มิตช์ ภ??ลโบม"></p>
<p style="text-align:center;"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/mitch.gif?w=510" alt="มิตช์ ภ??ลโบม" /></p>
<p>รู้จักนักข่าวกีฬาบ้างมั๊ยครับ</p>
<p></a></span></strong><strong><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"></span></strong><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span>ถ้าบ้านเราที่รู้จักส่วนมากก็คงจะเป็น &#8220;คนดัง&#8221; อย่าง &#8220;บิ๊กจ๊ะ&#8221; สาธิต กรีกุล เอกราช เก่งทุกทาง</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>หรือถ้าเป็นรุ่นใหญ่หน่อยก็คงจะเป็น พิษณุ นิลกลัด</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>แต่เอาเข้าจริงแล้ว ท่านทั้งหลายที่ว่ามานี้ถือว่าหนักไปทาง &#8220;นักพากย์&#8221; มากกว่า</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span>ไม่ใช่ นักข่าวที่เกาะติดอยู่ในพื้นที่ ออกไล่ล่าหาข่าวจากแหล่งข่าวแต่อย่างใด</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ซึ่งอย่างหลังนี่ว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยมีใครรู้จักชื่อเสียง รูปร่างหน้าตาสักเท่าไหร่เลย</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะในอังกฤษ-สหรัฐ การเป็น &#8220;นักพากย์&#8221; กับ &#8220;นักข่าว&#8221; แบ่งแยกกันโดยเด่นชัด</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ที่สวมหมวก 2 ใบค่อนข้างจะหายาก</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ที่เหมือนกันก็คือ &#8220;นักข่าวกีฬา&#8221; มักจะไม่เป็นที่คุ้นเคยเหมือนกับนักพากย์กีฬา หรือพวกคอมเมนเตเตอร์เท่าใดนัก</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ยกเว้นไว้คนครับ</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span><strong>เขาชื่อ &#8220;มิตช์ อัลโบม&#8221;</strong></span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ว่าไปแล้วมิตช์ อัลโบม น่าจะเป็นแบบฉบับของ &#8220;อเมริกัน ดรีม&#8221; ได้อย่างสมบูรณ์แบบคนหนึ่ง</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>  </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>หลังจากจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแบรนดีสมิตช์เริ่มต้นชีวิตการทำงานเมื่อปี 1981 ด้วยการเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาให้กับหนังสือพิมพ์ </span><font size="3" face="Times New Roman">Queens Tribune </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">ในนิวยอร์ก ก่อนจะลงหลักปักฐานกับ </span><font size="3" face="Times New Roman">Detroit Free Press </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">ในปี 1985 มาจนถึงปัจจุบัน</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>แม้เขาจะเป็นเพียงนักข่าวกีฬา แต่ทรรศนะ การมองโลกของมิตช์มีความลึกซึ้ง มีความโดดเด่นเฉพาะตัว </span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">ในรายงานของมิตช์มักจะให้ความสำคัญกับชีวิตและความเป็นมนุษย์ แม้จะเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีรายได้ปีละหลายร้อยล้าน แต่เขามักจะแจกแจงให้เห็นว่าชีวิตของสุดยอดนักกีฬาก็เป็นเหมือนปุถุชนทั่วไปเช่นกัน มีความผิดพลาด เหงา เศร้า มีด้านที่สมหวัง แต่ก็มีด้านที่ขื่นขมเช่นกัน</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>  </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ด้วยเหตุนี้ชื่อของมิตช์ อัลโบม จึงได้รับการยอมรับในเวลาอันรวดเร็ว ได้รับการเสนอชื่อเป็นคอลัมนิสต์กีฬาอันดับ 1 ของสหรัฐเป็นเวลาหลายปี </span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">และมีงานเขียนปรากฎในหนังสือดังๆมากมายไม่ว่าจะเป็น</span><font size="3"><font face="Times New Roman">Sport Illustrted ,GQ, Sport, The Newyork Times </font></font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ไม่เพียงแต่เท่านั้น มิตช์ยังจัดรายการทางวิทยุ มีรายการทอล์กโชว์ทางโทรทัศน์เป็นของตัวเอง รวมทั้งยังเป็นนักดนตรี เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งล้วนแต่ทำได้ดีทั้งสิ้น</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>คอลัมน์ของมิตช์ในหนังสือพิมพ์ </span><font size="3" face="Times New Roman">Detroit Free Press </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">มีตีพิมพ์ทุกวัน แต่ในฉบับวันอาทิตย์เขามักจะฉีกแนวหันไปพูดถึงเรื่องหนัง ดนตรี ศิลปะ ครอบคลุมไปถึงการเมือง ปรัชญาและการดำเนินชีวิต </span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความสามารถและความสนใจอันหลากหลายนั่นเอง</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>แม้จะโด่งดังสุดขีด แต่ มิตช์ บอกกับใครว่า งานที่เขารักก็คือเป็นนักหนังสือพิมพ์ เห็นผลงานของตัวเองตีพิมพ์ทุกวัน</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>และอีกด้านหนึ่ง ความโด่งดังของ มิตช์เกิดขึ้นจากการเป็นผู้เขียน </span><font size="3" face="Times New Roman">Tuesdays With Morrie </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">ซึ่งฉบับแปลไทยโดยอมรรัตน์ โรเก้ ตั้งชื่อไว้ว่า &#8220;วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูมอร์รี่&#8221;</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>เป็นหนังสือเบสต์ เซลเลอร์ส ที่นักอ่านช่าวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span>และยังมีงานสร้างชื่อตามมาอีกคือ </span><font size="3"><font face="Times New Roman">five people you meet in heaven</font></font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>กล่าวสำหรับ </span><font size="3" face="Times New Roman">Tuesdays With Morrie </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">เป็นเรื่องจริงของ &#8220;มอร์รี่ ชวอตซ์&#8221; ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มิตช์เคยศึกษาอยู่นั่นเอง</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span>ครูมอร์รี่ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้และได้แต่เฝ้านอนรอวันตาย แต่ในห้วงเวลานั้นเองมิตช์ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมครูของเขา และได้มีช่วงเวลาอยู่ร่วมกันระยะหนึ่งก่อนถึงวันแตกดับของผู้เป็นครู </span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">และบทสนทนาทุกวันอังคารระหว่างครูและศิษย์ได้กลายมาเป็นหนังสือ </span><font size="3" face="Times New Roman">Tuesdays With Morrie </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">เล่มนี้นี่เอง</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>  </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span><strong>&#8220;สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็คือการเรียนรู้ที่จะแบ่งปันความรักให้แก่ผู้อื่น และการเปิดรับให้ความรักเข้ามา&#8221;</strong></span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span>นั่นคือประโยคทองในหนังสือเล่มนี้ที่จับใจคนทั่วโลก</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>  </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>ในหนังสือ &#8220;วิหารที่ว่างเปล่า&#8221; ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในบทความเรื่อง&#8221;อารมณ์ตะวันตก&#8221;มีการหยิบยกหนังสือ </span><font size="3" face="Times New Roman">Tuesdays With Morrie </font><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">ขึ้นมาเขียนถึงด้วยความชื่นชมเช่นกัน มีความว่า</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>&#8220;คำตอบที่มอร์รีมีต่อโลกและชีวิตไม่ได้เหมือนกับกระแสหลักที่ชี้นำสังคมอเมริกันอยู่เลย มอร์รี่เน้นเรื่องความรักและความเมตตาที่มนุษย์พึงมอบให้กัน และยอมรับการเกิดแก่เจ็บตายได้อย่างสง่างาม&#8230;&#8221;</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span>กล่าวถึงที่สุดแล้ว ถ้อยคำสนทนาระหว่างอาจารย์-ลูกศิษย์คู่นี้คือการมองย้อนชีวิตในทุกๆด้าน รวมทั้งยังกล่าวถึงความตายได้อย่างลึกซึ้ง เปี่ยมความหมาย</span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"></span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span>ไม่น่าเชื่อว่านักข่าวกีฬาธรรมดาคนหนึ่งจะมีภูมิปัญญา และ การมองโลกที่ลึกซึ้งเยี่ยงนี้</span><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span></span><strong>บ้านเรามีนักข่าวกีฬาอย่าง มิตช์ อัลโบม สักคนก็น่าจะดีเหมือนกันนะ ผมว่า</strong></span><font size="3" face="Times New Roman"> </font></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/33/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/33/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/33/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=33&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/20/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/mitch.gif" medium="image">
			<media:title type="html">มิตช์ ภ??ลโบม</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ลายเซ็นของ Jayhawks</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/19/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-jayhawks/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/19/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-jayhawks/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Feb 2007 15:10:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[เพลงเก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/19/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-jayhawks/</guid>
		<description><![CDATA[ วัฒนธรรมดนตรีของโลกเลื่อนไหล ผันแปรไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อวานอาจเป็นวันของร็อก เฮฟวี่เมทัล อัลเทอร์เนทีฟ วันนี้อาจเป็นวันของแร็พ ฮิพฮอพ ชิลล์ เอาต์ การาจ ร็อก ไปจนถึง อีเล็กโทรแคลชแต่วันพรุ่งนี้กระแสดนตรีโลกจะพุ่งไปทางไหนเหลือจะคาดเดา ร่ำๆว่าดนตรียุค 70 กำลังจะกลับมาเป็นเทรนด์ใหม่เสียด้วยซ้ำไป กล่าวอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวไหน กาลเวลาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า &#8220;ของจริง&#8221; เท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้ ของจริงที่ว่านี้ไม่จำกัดรุ่น ไม่จำกัดเพศหรือวัย อยู่ที่ว่ามี &#8220;ตัวตน&#8221; ที่แท้หรือไม่ สามารถปรุงแต่งความเป็นตัวเองเข้ากับยุคสมัยได้หรือไม่เท่านั้น ใครคนไหนมี &#8220;ลายเซ็น&#8221; ของตัวเองก็มักจะอยู่ยั้งยืนยง เป็นศิลปินที่ &#8220;ตายยาก&#8221; อยู่เสมอ วงดนตรีที่ครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น &#8220;คันทรี่ร็อก ทางเลือก&#8221; อย่าง The Jayhawks น่าจะเป็นตัวอย่างได้ชัดเจนที่สุด The Jayhawks ก่อตั้งวงขึ้นมาเมื่อเดือนก.พ.ปี 1985 แกนหลักสำคัญของวงคือ มาร์ก โอลสัน อดีตมือเบสมากฝีมือของวงสแตกเกอร์ ลี ในมินนิอาโปลิส,มินเนโซต้า ส่วนสมาชิกรุ่นก่อตั้งคือ มาร์ก เพิร์ลแมน (กีตาร์),นอร์ม โรเจอร์ส [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=31&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rainy.gif" title="rainy.gif"></a><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rainy.gif" title="rainy.gif"></p>
<p style="text-align:center;"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rainy.thumbnail.gif?w=510" alt="rainy.gif" /></p>
<p></a> วัฒนธรรมดนตรีของโลกเลื่อนไหล ผันแปรไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อวานอาจเป็นวันของร็อก เฮฟวี่เมทัล อัลเทอร์เนทีฟ วันนี้อาจเป็นวันของแร็พ ฮิพฮอพ ชิลล์ เอาต์ การาจ ร็อก ไปจนถึง อีเล็กโทรแคลชแต่วันพรุ่งนี้กระแสดนตรีโลกจะพุ่งไปทางไหนเหลือจะคาดเดา ร่ำๆว่าดนตรียุค 70 กำลังจะกลับมาเป็นเทรนด์ใหม่เสียด้วยซ้ำไป</p>
<p>กล่าวอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวไหน กาลเวลาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า &#8220;ของจริง&#8221; เท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้</p>
<p>ของจริงที่ว่านี้ไม่จำกัดรุ่น ไม่จำกัดเพศหรือวัย อยู่ที่ว่ามี &#8220;ตัวตน&#8221; ที่แท้หรือไม่ สามารถปรุงแต่งความเป็นตัวเองเข้ากับยุคสมัยได้หรือไม่เท่านั้น</p>
<p>ใครคนไหนมี &#8220;ลายเซ็น&#8221; ของตัวเองก็มักจะอยู่ยั้งยืนยง เป็นศิลปินที่ &#8220;ตายยาก&#8221; อยู่เสมอ</p>
<p>วงดนตรีที่ครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น &#8220;คันทรี่ร็อก ทางเลือก&#8221; อย่าง The Jayhawks น่าจะเป็นตัวอย่างได้ชัดเจนที่สุด</p>
<p>The Jayhawks ก่อตั้งวงขึ้นมาเมื่อเดือนก.พ.ปี 1985 แกนหลักสำคัญของวงคือ มาร์ก โอลสัน อดีตมือเบสมากฝีมือของวงสแตกเกอร์ ลี ในมินนิอาโปลิส,มินเนโซต้า ส่วนสมาชิกรุ่นก่อตั้งคือ มาร์ก เพิร์ลแมน (กีตาร์),นอร์ม โรเจอร์ส (กลอง) และสมาชิกสำคัญอีกคนคือ แกรี่ ลูริส อดีตมือกีตาร์และนักแต่งเพลงฝีมือดีจากวงเซฟตี้ ลาสต์</p>
<p>The Jayhawks เป็นวงดนตรีคันทรี่ ร็อกผสมผสานกับอะคูสติก พ็อพที่มีสำเนียงเป็นของตัวเอง มีอิทธิพลของ บ็อบ ดีแล่น,นีล ยังแผ่ซ่านอยู่</p>
<p>ท่ามกลางท่วงทำนองอันไพเราะ รื่นหู มีเสียงประสานอันกลมกลืน และยังแฝงเร้นไปด้วยเนื้อหาคมคาย มีลายกวีซุกซ่อนอยู่ประปราย</p>
<p>ภายใต้การทำงานของคู่หู &#8220;โอลสัน-ลูริส&#8221; ทำให้ The Jayhawks เป็น &#8220;เสียงใหม่&#8221; แห่งวงการคันทรี่ร็อก</p>
<p>แม้ไม่โด่งดัง โครมคราม แต่ก็มีลักษณะเฉพาะอันโดดเด่น</p>
<p>ก่อนจะเป็นที่ยอมรับในวงกว้างกับอัลบั้มชุดที่ 4 Tomorrow The Green Grass เมื่อปี 1995 ซึ่งมีซิ้งเกิ้ลเด่นอย่าง Blue และการนำเอาเพลงเก่าที่เคยฮิตระเบิดอย่าง Bad Time มาทำใหม่ในลีลาของตัวเอง</p>
<p>ก่อนหน้าที่จะมาโด่งดังกับ Tomorrow The Green Grass นั้น The Jayhawks มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกแบบผลัดกันเข้า-ออกอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>แต่ครั้งไหนก็ไม่สะเทือนเท่ากับตอนที่โอลสันตัดสินใจไขก็อกลาหลังอัลบั้ม Tomorrow The Green Grass</p>
<p>ทำให้ภาระผู้นำต้องตกเป็นของลูริสอย่างเต็มตัว</p>
<p>แม้จะเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลงรวมทั้งนักร้องเสียงดีอยู่ในตัว แต่ลูริสก็แสดงให้เห็นว่าการขาดหายไปของโอลสัน ทำให้ความเป็น The Jayhawks เป๋ไปไม่น้อยเลย</p>
<p>สังเกตได้จากอัลบั้ม 2 ชุดถัดมาคือ Sound Of Lies (1997) และ Smile (2000) มีสำเนียงที่ผิดที่ผิดทางอยู่มาก</p>
<p>โดยเฉพาะอัลบั้ม Smile หันไปใช้ Bob Ezrin อดีตโปรดิวเซอร์ของศิลปินอย่าง อลิซ คูเปอร์,คิสส์,ลู รี้ดและปีเตอร์ เกเบรียล ทำให้เพลงในอัลบั้มดังกล่าวมีกลิ่นที่แปลก แปร่งออกไปอยู่มาก</p>
<p>แต่อัลบั้มชุดที่ 7 Rainy Day Music (2003) เป็นการกลับคืนสู่รากเหง้าอีกครั้ง</p>
<p>The Jayhawks แม้จะกลายสภาพเป็นวงทริโอ (แกรี่ ลูริส,ทิม โอ&#8217;เรแกน,มาร์ก เพิร์ลแมน) แต่การเลือกใช้เพื่อนพ้องนักดนตรีฝีมือเยี่ยม และมีความเป็น &#8220;พวกเดียวกัน&#8221; ใน Rainy Day Music  กระทำได้อย่างเหมาะเจาะ จนก่อเกิดเป็น &#8220;เดอะ ทีม&#8221; ชั้นเยี่ยม</p>
<p>Rainy Day Music จึงฟุ้งไปด้วยเสียงอันคุ้นเคย มีความเป็นคันทรี่ ร็อกที่รื่นหู เนื้อหาคมคายและหลากหลาย เสียงประสานอันสุดยอด</p>
<p>ที่สำคัญก็คือมี&#8221;กลิ่น&#8221; ความเป็นบริติช พ็อพลอยวนกลายเป็น &#8220;เสียงใหม่&#8221; อันทำให้เป็นงานที่ไม่เชย ตกรุ่นได้อย่างน่าทึ่ง</p>
<p>Rainy Day Music นำพาผู้ฟังไปสู่คืนวันเก่าๆที่งดงาม มีสำเนียงของ The Eagles และ Crosby Stills&amp;Nash อบอวลอยู่ และความเชื่อมโยงที่เห็นได้ชัดก็คือการได้เบอร์นี่ ลีด้อน อดีตสมาชิกของ The Eagles มาเล่นแบนโจให้ในเพลง Tailspin มีคริส สตีลล์ส (บุตรชายของสตีเฟ่น สติลล์ส) และจาค็อบ ดีแลน (ลูกชายของบ็อบ ดีแลน) มาร่วมร้อง แถมยังมีขาใหญ่ในแวดวงอย่าง แม็ตธิว สวีต (The Thorns) มาร่วมร้องและแต่งเพลงให้อีกด้วย</p>
<p>เพลงทั้งหมด 3 สมาชิกที่เหลืออยู่ของวงร่วมกันรับผิดชอบโดยมีแกรี่ ลูริสที่ออกจะโดดเด่นกว่าเพื่อน ผลที่ได้ก็คือทั้งอัลบั้มมีความกลมกลืน เป็นเนื้อเดียว กลิ่นเดียวกันอย่างน่าประหลาด</p>
<p>ผลงานของลูริสอย่าง Tailspin และ Save For A Rainy Day นอกจากจะฟังได้รื่นหู ชนิดครั้งเดียวก็ &#8220;โดน&#8221; แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงทัศนคติในการมองโลกในแง่งาม ไม่ยอมให้ชีวิตตัวเองต้องถดถอยของลูริสอีกด้วย</p>
<p>ส่วน Eyes of Sarahjane และ Angelyne เป็นการเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ตรงที่ฟังแล้วสามารถนึกตามจนเห็นภาพ</p>
<p>ในขณะที่ Stumbling Through The Dark (ลูริสแต่งร่วมกับแม็ตธิว สวีต) สวยงามและเข้าขาราว &#8220;เกล็น ฟราย-ดอน เฮนลีย์&#8221; ประมาณนั้น</p>
<p>สำหรับ Don&#8217;t Let The World Get In You Way และ Tampa To Tulsa ของทิม โอ&#8217;รีแกน และ Will I See You In Heaven ของมาร์ก เพิร์ลแมนดู คมคายและมีชั้นเชิงพอตัวทีเดียว</p>
<p>เมื่อตอนออกวางขายใหม่ๆนิตยสารโรลลิ่ง สโตนรายงานว่าอัลบั้ม Rainy Day Music หลังจากออกวางขายก็ทะยานขึ้นไปอยู่อันดับที่ 51 ในตารางบิลล์บอร์ด</p>
<p>แม้จะดูเป็นอันดับที่ &#8220;ธรรมดา&#8221; มากถ้านำไปเทียบกับโคตรศิลปินแห่งยุคอย่าง Linkin Park หรือ Radiohead แต่นี่คืออันดับสูงสุดเท่าที่ทางวงเคยได้รับมา</p>
<p>ดูเหมือนว่าการกลับคืนสู่ตัวตนดั้งเดิมของตัวเอง และผลิตงานในลักษณะ Less is more</p>
<p>คือสิ่งที่ The Jayhawks น่าจะทำมานานแล้ว</p>
<p>แม้ว่าจนถึงปัจจุบัน The Jayhawks จะยังไม่มีอัลบั้มใหม่ออกมา แต่ยังวนเวียนอยู่ในวงการเหมือนเดิม<br />
 และเมื่อมองย้อนกลับไป Rainy Day Music คืออัลบั้มที่ยังอยู่ในใจใครหลายคน<br />
  </p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/31/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/31/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/31/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=31&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/19/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-jayhawks/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rainy.thumbnail.gif" medium="image">
			<media:title type="html">rainy.gif</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มันเป็นพวกเดียวกัน</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Feb 2007 11:36:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[บ่นเรื่อยเปื่อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[  &#8220;รถเมล์สาย 66 หลานขึ้นไม่ได้นะจำไว้ บนนั้นคนขับชอบหักคอเด็ก ยิ่งเด็กดื้อยิ่งชอบ&#8221;  สำหรับเด็กประถมหนึ่ง แถมขี้กลัวชนิดหัวหดตดหายอย่างผมด้วยแล้ว นั่นเป็นเหมือนคำประกาศิตที่ไม่มีทางจะแข็งขืนอย่างเด็ดขาด  กว่าจะรู้เรื่องที่น้าชายพูดขู่ว่าเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาก็ล่วงเลยผ่านไปแรมปี ที่ทราบก็เพราะแม่เป็นคนจูงขึ้นรถเมล์สาย 66 ด้วยตัวเอง แต่กว่าจะลากผมขึ้นรถไปได้ก็เล่นเอาแม่เหนื่อย เพราะผมเอาแต่ดิ้นพราดๆเพราะความกลัวที่ฝังลึกอยู่  แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานหลายสิบปีแล้ว แต่ผมก็รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าการโกหก หลอกลวงได้เป็นอย่างดี  กระทั่งถึงทุกวันนี้ วันที่แม้แต่ตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์ของการเป็น &#8220;นักโกหก&#8221; มาอย่างเชี่ยวกราก แต่ความรู้สึก &#8220;โดนหลอก&#8221; ในวัยเด็กก็ยังลอยวนอยู่ ไม่ได้หนีไปไหน  ครั้งแรกที่พบว่าตัวเองเป็นเหยื่อ โดนคนอื่นหลอกจนหัวหมุน หน้าซีด ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ใช่เรื่องที่จะลืมไปได้ง่ายๆอย่างแน่นอน  มานั่งนึกอีกที การโดนน้าชายหลอกในวันนั้น มีเหตุผลง่ายๆก็คือ กลัวว่าผมจะซนเกินขนาด แอบนั่งรถเมล์พลัดหลงไปไหนต่อไหนเท่านั้น  ส่วนประสบการณ์ในการเป็นนักโกหกของตัวเองต้องยอมรับว่าเทียบกับน้าไม่ได้เลย หาได้ไม่มีชั้นเชิงอะไรแม้แต่น้อย  โดนจับไต๋บ่อยไป  เรียกได้ว่าเป็น &#8220;ไก่อ่อน&#8221; ในเรื่องการโกหกก็คงไม่ผิดนัก  พูดถึงความเป็น &#8220;นักโกหก&#8221; ชั้นเลิศมันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนมัธยมปลายคนนึง มันชื่อ &#8220;แป๊ะ&#8221;            ไอ้เพื่อนคนนี้เป็นคนเงียบๆ ท่าทางเคร่งขรึม ใส่แว่นขอบหนา แต่ไม่ใช่ &#8220;เด็กเรียน&#8221; โดยเด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่คนเรียนหนังสือดี แถมชอบอ่านหนังสือโป๊  และนิสัยเสีย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=25&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font size="3" face="Times New Roman"><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/thaksin.jpg" title="ทักษิณ"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/thaksin.thumbnail.jpg?w=510" alt="ทักษิณ" /></a><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/bush.jpg" title="บุช"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/bush.thumbnail.jpg?w=510" alt="บุช" /></a> </font></p>
<p><strong><font size="3" face="Times New Roman">&#8220;</font></strong><strong><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">รถเมล์สาย </span><font size="3" face="Times New Roman">66</font></strong><strong><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"> หลานขึ้นไม่ได้นะจำไว้ บนนั้นคนขับชอบหักคอเด็ก ยิ่งเด็กดื้อยิ่งชอบ&#8221;</span></strong><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>สำหรับเด็กประถมหนึ่ง แถมขี้กลัวชนิดหัวหดตดหายอย่างผมด้วยแล้ว นั่นเป็นเหมือนคำประกาศิตที่ไม่มีทางจะแข็งขืนอย่างเด็ดขาด</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>กว่าจะรู้เรื่องที่น้าชายพูดขู่ว่าเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาก็ล่วงเลยผ่านไปแรมปี ที่ทราบก็เพราะแม่เป็นคนจูงขึ้นรถเมล์สาย </span><font size="3" face="Times New Roman">66</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"> ด้วยตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">แต่กว่าจะลากผมขึ้นรถไปได้ก็เล่นเอาแม่เหนื่อย เพราะผมเอาแต่ดิ้นพราดๆเพราะความกลัวที่ฝังลึกอยู่</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานหลายสิบปีแล้ว แต่ผมก็รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าการโกหก หลอกลวงได้เป็นอย่างดี</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>กระทั่งถึงทุกวันนี้ วันที่แม้แต่ตัวผมเองก็ผ่านประสบการณ์ของการเป็น &#8220;นักโกหก&#8221; มาอย่างเชี่ยวกราก แต่ความรู้สึก &#8220;โดนหลอก&#8221; ในวัยเด็กก็ยังลอยวนอยู่ ไม่ได้หนีไปไหน</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>ครั้งแรกที่พบว่าตัวเองเป็นเหยื่อ โดนคนอื่นหลอกจนหัวหมุน หน้าซีด ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ใช่เรื่องที่จะลืมไปได้ง่ายๆอย่างแน่นอน</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>มานั่งนึกอีกที การโดนน้าชายหลอกในวันนั้น มีเหตุผลง่ายๆก็คือ กลัวว่าผมจะซนเกินขนาด แอบนั่งรถเมล์พลัดหลงไปไหนต่อไหนเท่านั้น</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>ส่วนประสบการณ์ในการเป็นนักโกหกของตัวเองต้องยอมรับว่าเทียบกับน้าไม่ได้เลย หาได้ไม่มีชั้นเชิงอะไรแม้แต่น้อย</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>โดนจับไต๋บ่อยไป</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>เรียกได้ว่าเป็น &#8220;ไก่อ่อน&#8221; ในเรื่องการโกหกก็คงไม่ผิดนัก</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>พูดถึงความเป็น &#8220;นักโกหก&#8221; ชั้นเลิศมันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนมัธยมปลายคนนึง</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span>มันชื่อ &#8220;แป๊ะ&#8221;</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span><span>           </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>ไอ้เพื่อนคนนี้เป็นคนเงียบๆ ท่าทางเคร่งขรึม ใส่แว่นขอบหนา แต่ไม่ใช่ &#8220;เด็กเรียน&#8221; โดยเด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่คนเรียนหนังสือดี แถมชอบอ่านหนังสือโป๊</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>และนิสัยเสีย (เอ๊ะ หรือว่าดี) ของมันก็คือ ชอบแอบดูหน้าอกหน้าใจของครูสอนภาษาอังกฤษเป็นประจำ</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span><span>         </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span>ในกลุ่มเพื่อนสนิทจะยิ่งรู้ว่ามันเป็นคนแปลก-แปลกเอามากๆ</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>หลังจากเลิกเรียนกลับบ้าน ผมและเพื่อนคนอื่นจะมานั่งรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน แต่จะไม่มี &#8220;ไอ้แป๊ะ&#8221; รวมอยู่ด้วยเลยแม้แต่ครั้งเดียว</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>แต่เมื่อเราก้าวเท้าขึ้นรถแล้ว จะเห็น &#8220;แป๊ะ&#8221; นั่งยิ้มเจ้าเล่ห์บนเบาะหลังด้านในสุดเป็นประจำ</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>ส่วนสาเหตุนะเหรอคครับมันบอกว่า</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">นี่กูจะเล่าให้มึงฟังคนเดียวนะ รู้แล้วก็เหยียบซะนะ&#8230;</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font></p>
<p><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">คืองี้ เวลากูนั่งขึ้นไปได้ไม่กี่ป้ายก็จะมีคนขึ้นมาเต็มไปหมดใช่มั๊ย คราวนี้แหละ</span><font size="3" face="Times New Roman">”</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"> ไอ้แป๊ะพูดอย่างมีอารมณ์ และแลบลิ้นไปมาตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">บางทีก็มีเด็กตัวเล็กๆ หรือที่เห็นบ่อยก็คือผู้หญิงท้อง แต่เมื่อที่นั่งเต็มก็ต้องมีใครเสียสละที่นั่งให้ กูก็จะพยายามสบตากับพวกเด็ก และหญิงท้องพวกนั้น </span><span><span><font size="3" face="Times New Roman"> </font></span></span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">แล้วก็ต้องทำท่าจะขยับตัวให้พวกมันนั่งเสียเหลือเกิน แต่ก็ลุกไม่ได้เพราะมีคนยืนขวางเต็มไปหมด เพราะกูนั่งอยู่ด้านในสุดใช่มั๊ย</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font></p>
<p><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">คราวนี้ไอ้พวกที่นั่งอยู่ทางด้านนอก มันก็ต้องเสียสละลุกจากเก้าอี้แทน</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font></p>
<p><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">แต่มึงรู้อะไรมั๊ย พวกนั้นปากขอบคุณคนที่เสียสละที่นั่งให้ก็จริง แต่พอหันมาสบตากับกูๆรู้เลยว่า พวกนั้นอยากขอบใจกูมากกว่า</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font></p>
<p><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">แม่งโดนกูหลอกวะ ฮ่า</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span><span>           </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span><strong>พูดจบ &#8220;ไอ้แป๊ะ&#8221; ก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงแหลมเล็ก บาดหูเสียเหลือเกิน กล่าวได้ว่าเป็นเสียงหัวเราะอันน่าชิงชังเป็นอย่างยิ่ง</strong></span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>กล่าวถึงที่สุดแล้ว ผมไม่เคยชื่นชมพฤติกรรมที่มันบอก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่า &#8220;ชั้นเชิง&#8221; การเป็นนักหลอกลวงของมันเหนือชั้นเกินกว่าที่ผมจะเทียบได้</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>นับตั้งแต่เรียนจบมาผมไม่มีโอกาสได้เจอไอ้เพื่อนตัวแสบคนนี้อีกเลย แต่กลับมีโอกาสพบพานบุคคลที่มีชั้นเชิงของ &#8220;จอมโกหก&#8221; เช่นไอ้แป๊ะไม่น้อยเลย</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>แต่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปก็คือ พฤติกรรมดังว่าไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่สิ่งที่เรียกได้ว่าบาปเหมือนอย่างที่เคยเข้าใจมา</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>การหลอกลวง โกหก ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแอบทำ ซ่อนเร้น แต่สามารถแสดงตนได้อย่างเอิกเกริกอีกต่างหาก</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>การโกหก ได้กลายเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่เรียกว่าการสร้างภาพ และมีลักษณะคล้ายคลึงกับวิธีส่งเสริมการตลาดที่สินค้าบางลักษณะเลือกใช้</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>แนวคิดแบบง่ายงาม สุขนิยม ชีวิตอันรื่นรมย์ การเป็นตัวของตัวเอง สามารถสอดประสานภายใต้แนวคิดเดียวกัน และทั้งหมดถูกสวมทับให้เป็นเครื่องมือในการสร้างความหมายให้กับโทรศัพท์มือถือบางยี่ห้อได้อย่างน่าทึ่ง</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">ส่วนกรณีใหญ่ๆก็อย่างเช่น การปลุกปั่นว่าเอ็นจีโอ สมัชชาคนจน (บางคน-บางกลุ่ม) ที่ออกมาประท้วงเรื่องการสร้างเขื่อน การเรียกร้องหาความยุติธรรมว่าเป็น</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">พวกหัวรุนแรง ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">หนักข้อก็คือพวกขายชาติ ทำลายประเทศ ไปโน่นเลย</span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span></span>ที่แสบสันต์ก็คืออดีตผู้นำประเทศที่สามารถหลอกลวงคนครึ่งค่อนประเทศว่าเป็น &#8220;นักบุญ&#8221; มาโปรดโดยแท้</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">หรือจะข้ามไปโกอินเตอร์ก็อย่าง ประธานาธิบดี จอร์จ บุช ของสหรัฐอเมริกา ยังสามารถสร้างจินตนาการให้สภาบน-สภาาล่างของสหรัฐเชื่อว่าอิรักมีศักยภาพที่จะทำระเบิดนิวเคลียร์ทำลายล้างโลกได้ </span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">และกองทัพสหรัฐได้ยกพล &#8220;ขึงพืด&#8221; ประเทศอิรักอยู่จนถึงบัดนี้ </span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">แต่แปลก-เมื่อผมแสดงข้อคิดเห็นเช่นนี้กับคนส่วนใหญ่ คำตอบเดียวที่ผมมักจะได้รับกลับมามักจะเป็นไปในท่วงทำนองที่ว่า</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"> </span><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">มึงบ้าหรือเปล่า-โลกเราก็เป็นอย่างนี้ เรื่องหลอกลวงใครเขาก็ทำกันทั้งนั้น</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font></p>
<p><font size="3" face="Times New Roman">“</font><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ว่าใครจะทำได้นะเว้ย มันต้องมีศิลปะ<span>  </span>มีการวางแผนอย่างรัดกุมเหมาะสม ชั้นเชิงการหลอกลวงมันต้องเนียน ไร้ตำหนิ ข้อจับผิด&#8230;จำไว้ซะไอ้เวร</span><font size="3"><font face="Times New Roman">”</font></font></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"><span> </span>และเหมือนทุกครั้งที่ผมได้ยินคำตอบเยี่ยงนี้ หูผมจะได้ยินเสียงหัวเราะอันแหลมเล็กของไอ้แป๊ะดังอึงอลอยู่ในสมองอย่างไม่อาจบังคับได้</span></p>
<p><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;"></span><strong><span style="font-size:18pt;font-family:AngsanaUPC;">ราวกับ &#8220;มัน&#8221; เป็นพวกเดียวกันอย่างน่าประหลาดใจ&#8221;</span></strong><font size="3" face="Times New Roman"> </font></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/25/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/25/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/25/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/25/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=25&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/18/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/thaksin.thumbnail.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ทักษิณ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/bush.thumbnail.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">บุช</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความรักของลูกหมา</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/17/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/17/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Feb 2007 11:27:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[มังงะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/17/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[ รู้จักคำว่า &#8220;ความรักของลูกหมา&#8221; บ้างมั๊ยครับ  ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินก็คือ ตอนที่ครูสอนภาษาอังกฤษตอนมัธยมปลายเปรยออกมา นัยว่ากล่าวเตือนพวกผมและเพื่อนที่เริ่มมีอาการปิ๊งปั๊งกันอย่างคึกครื้นในตอนนั้น  ความรักแบบลูกหมา จึงน่าจะมีความหมายถึง ความรักไร้สาระของเด็กๆ ซึ่งไม่ควรไปยึดติดว่า จะกลายเป็นรักอมตะ อยู่ยั้งยืนยงกันไปจนกระทั่งแก่ตายอะไรอย่างนั้น  แล้วมันก็จะผ่านไป-ครูแกว่าอย่างนั้น  ถึงตอนนี้ผมก็ต้องพยักหน้าหงึกหงัก เห็นตามครูด้วยเหมือนกัน  แม้จะมี &#8220;กรณีพิเศษ&#8221; เกิดขึ้นให้เห็นบ้างแต่ก็น้อยเต็มที  อีกครั้งที่ได้ยินเรื่อง &#8220;ความรักของลูกหมา&#8221; รู้สึกจะเป็นคำพูดของยอดนักเขียนสตรีผู้ล่วงลับ &#8220;สุวรรณี สุคนธา&#8221; ที่เขียนเอาไว้ในหนังสือเล่มไหนผมก็เลือนๆไปแล้ว  คำดังกล่าวนี้ย้อนมากระแทกความรู้สึกอีกครั้งเมื่อได้ดูการ์ตูนเรื่องหนึ่งครับ  ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทั้งอนิเมะคือ ทำการจัดสร้างในรูปแบบของเอนิแมชั่น อัดเป็นซีดี ดีวีดี ขายไปทั่วโลก  และเป็น มังงะ-เนื่องจากเคยเป็นหนังสือการ์ตูนมาก่อน  เรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า Whisper of the Heart จากค่ายจิบลิของฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้สร้าง  Spirited Away และงานแอนิเมชั่นดีๆอีกหลายเรื่องนั่นเอง  เรื่องนี้สร้างมาหลายปีแล้ว แต่ผมเพิ่งได้ดูเมื่อปีก่อน  ดูแล้วก็ชวนให้เกิดอารมณ์โหยหาอดีต นึกถึงคำว่า &#8220;ความรักแบบลูกหมา&#8221; ขึ้นมาอย่างทันทีทันใด  Whisper of the Heart เป็นเรื่องแรกของสตูดิโอที่ไม่ได้กำกับโดย ฮายาโอะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=23&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/whisper.gif" title="whisper"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/whisper.gif?w=510" alt="whisper" /></a><br />
<strong> รู้จักคำว่า &#8220;ความรักของลูกหมา&#8221; บ้างมั๊ยครับ</strong><br />
 ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินก็คือ ตอนที่ครูสอนภาษาอังกฤษตอนมัธยมปลายเปรยออกมา นัยว่ากล่าวเตือนพวกผมและเพื่อนที่เริ่มมีอาการปิ๊งปั๊งกันอย่างคึกครื้นในตอนนั้น<br />
 ความรักแบบลูกหมา จึงน่าจะมีความหมายถึง ความรักไร้สาระของเด็กๆ ซึ่งไม่ควรไปยึดติดว่า จะกลายเป็นรักอมตะ อยู่ยั้งยืนยงกันไปจนกระทั่งแก่ตายอะไรอย่างนั้น<br />
 แล้วมันก็จะผ่านไป-ครูแกว่าอย่างนั้น<br />
 ถึงตอนนี้ผมก็ต้องพยักหน้าหงึกหงัก เห็นตามครูด้วยเหมือนกัน<br />
 แม้จะมี &#8220;กรณีพิเศษ&#8221; เกิดขึ้นให้เห็นบ้างแต่ก็น้อยเต็มที<br />
 อีกครั้งที่ได้ยินเรื่อง &#8220;ความรักของลูกหมา&#8221; รู้สึกจะเป็นคำพูดของยอดนักเขียนสตรีผู้ล่วงลับ &#8220;สุวรรณี สุคนธา&#8221; ที่เขียนเอาไว้ในหนังสือเล่มไหนผมก็เลือนๆไปแล้ว<br />
 คำดังกล่าวนี้ย้อนมากระแทกความรู้สึกอีกครั้งเมื่อได้ดูการ์ตูนเรื่องหนึ่งครับ<br />
 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทั้งอนิเมะคือ ทำการจัดสร้างในรูปแบบของเอนิแมชั่น อัดเป็นซีดี ดีวีดี ขายไปทั่วโลก<br />
 และเป็น มังงะ-เนื่องจากเคยเป็นหนังสือการ์ตูนมาก่อน<br />
 เรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า Whisper of the Heart จากค่ายจิบลิของฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้สร้าง  Spirited Away และงานแอนิเมชั่นดีๆอีกหลายเรื่องนั่นเอง<br />
 เรื่องนี้สร้างมาหลายปีแล้ว แต่ผมเพิ่งได้ดูเมื่อปีก่อน<br />
 ดูแล้วก็ชวนให้เกิดอารมณ์โหยหาอดีต นึกถึงคำว่า &#8220;ความรักแบบลูกหมา&#8221; ขึ้นมาอย่างทันทีทันใด<br />
 Whisper of the Heart เป็นเรื่องแรกของสตูดิโอที่ไม่ได้กำกับโดย ฮายาโอะ มิยาซากิ หรือ อิซาโอะ ทากาฮาตะ แต่เป็น โยชิฟุมะ คอนโดะ ที่เคยมีส่วนร่วมในงานชั้นเยี่ยมอย่าง Grave of the Fireflies มาก่อน ส่วนมิยาซากิรับหน้าที่เขียนบทเพียงอย่างเดียว<br />
 มิหนำซ้ำ Mimi o Sumaseba ยังไม่ได้เป็นการเขียนขึ้นจากแนวคิดของมิยาซากิ เป็นการดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนแนว shoojo manga (การ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิง) ของอาโออิ ฮิอิรางิ<br />
 แต่เป็นงานที่มิยาซากิบอกว่ามีความเป็น &#8220;ตัวตน&#8221; ของเขาแทรกซ้อนอยู่ไม่น้อยเลย<br />
 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ทซึคิชิม่า ชิซึคุ เด็กสาวหน้าตาใสซื่อวัย 14 ผู้รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจได้มีโอกาสรู้จักเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมชื่อ &#8220;อามาซาวะ เซย์จิ&#8221; ซึ่งมีความฝันที่จะเป็นช่างทำไวโอลินฝีมือเยี่ยม<br />
 และนั่นเป็นการเริ่มต้นของความรักอันแสนบริสุทธิ์แบบว่ารักของลูกหมานั่นเอง<br />
 แต่สำหรับ &#8220;ความรักของลูกหมา&#8221; กลายเป็นประเด็นที่ มิยาซากิบอกว่า &#8220;โดน&#8221; เข้าไปเต็มๆ<br />
 <em>&#8220;ความรักบริสุทธิ์หรือที่เรียกว่าโรแมนติก เลิฟ,มันเป็นบางสิ่งที่ผมไม่เคยพบมาเลยตลอดช่วงเวลาวัยหนุ่มอันเต็มไปด้วยความยุ่งยากของผม และผมฝันอยากจะมีชีวิตอันสวยงามเช่นนั้นตลอดมา&#8221;</em><br />
 <em>&#8220;ผมเชื่อว่าการมีความรักในขณะเป็นวัยรุ่นเป็นเรื่องธรรมดาของคนเรา บางทีความรักที่ผู้ใหญ่มองว่าไร้สาระมันอาจมีคุณค่าบางอย่างที่เรามองข้ามกันไปหมด&#8221;<br />
</em> นี่ตามิยาซากิเขาบอกนะครับ ผมเพียงแต่ยกคำพูดเขามาอย่างเดียว<br />
 Whisper of the Heart ภายใต้พะยี่ห้อของ ฮายาโอะ มิยาซากิ จึงไม่ได้มีแต่เรื่องของรักใคร่อันจับสาระไม่ได้<br />
 แต่สะท้อนถึงการค้นพบตัวเองได้อย่างคมคายมีชั้นเชิง<br />
 <em>&#8220;ผมคิดว่าระบบการศึกษาและสังคมเราได้ให้ค่าที่ผิดๆ เพราะให้ความสำคัญกับการศึกษาในห้องเรียน ปริญญา และการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากจนเกินไป และสิ่งเหล่านี้มันได้ฆ่าตัวตนภายในของหนุ่มสาวในประเทศของเราอย่างน่าเสียดาย&#8221;</em> มิยาซากิ แกว่าของแกไปเรื่อยแหละครับ<br />
 ตัวเอกของเรื่องคือ ทซึคิชิม่า ชิซึคุ เป็นเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เหงา และแปลกแยก<br />
 แต่ชีวิตของสาวน้อยก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ได้รู้จักกับอามาซาวะ เซย์จิ<br />
 พัฒนาการในด้านความรักของทั้งสองคนเริ่มต้นความรักแบบ &#8220;ลูกหมา&#8221; ก่อนจะผลักดันกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน ปลุกพลังชีวิตให้มีชีวิตชีวา เป็นความรักอันสะอาด บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความอบอุ่น<br />
 เซย์จิมีความฝันที่จะเป็นนักไวโอลิน และไม่ลังเลใจที่จะไปให้ถึงฝันนั้น<br />
 การมีฝันอันแรงกล้าของเซย์จิจึงทำให้เด็กหนุ่มยอมพักการเรียนและเดินทางไปอิตาลีเพื่อหวังเอาดีทางการเป็นช่างไวโอลิน<br />
 ที่สำคัญก็คือการเป็น &#8220;นักฝัน&#8221; ของเซย์จิทำให้ชิซึคุมีความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นมาทำตามฝัน ทำตามเสียงเรียกร้องภายใน<br />
 นั่นคือการเขียนนิยายแฟนตาซี<br />
 กล่าวอย่างง่ายๆความสัมพันธ์อันไม่ซับซ้อนของสองหนุ่มสาว ทำให้สาวน้อยวัย 14 ค้นพบความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง<br />
 เมื่อชิซึคุค้นพบตัวเองเจอ ก็ค้นพบความสุข<br />
 Whisper of the Heart มีส่วนตกแต่งที่น่ารัก มีเสน่ห์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแมวอ้วนนิสัยกวน ๆ  คนแก่ใจดีอย่างคุณปู่ของเซย์จิ หรือฉากแฟนตาซี่ที่งดงามและเปี่ยมจินตนาการ<br />
 ตามธรรมดาผมไม่เคย &#8220;อิน&#8221; เท่าไหร่กับเรื่องราวประเภทนี้<br />
 แต่ Whisper of the Heart น่าจะเป็นข้อยกเว้น<br />
 เป็นงานที่ง่ายและงาม สามารถหยิบมาดูได้หลายครั้ง<br />
<strong> ที่สำคัญ ไม่ว่าใครจะมีช่วงเวลาหรือมีความรักแบบลูกหมาอย่างชิซึคุ-เซย์จิหรือไม่ ก็สามารถซาบซึ้งเสน่ห์ของแอนิเมชั่นเรื่องนี้กันได้ทุกคน<br />
 เชื่อผมซิครับคุณ</strong></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/23/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/23/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/23/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=23&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/17/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/whisper.gif" medium="image">
			<media:title type="html">whisper</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มดแดงขี้โรค</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/16/%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/16/%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Feb 2007 12:39:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[มังงะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/16/%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ผมชอบดูการ์ตูนครับ  ดูมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ยังไม่รู้จักอะไรคืออะนิเมะ อะไรเป็นมังงะ ดูมั่ว-ว่าอย่างนั้นเหอะ  ที่ชอบม๊ากมากก็คือ ไอ้มดแดง ครับ  ดูมาตั้งแต่มดแดงวี-1 ไปจนถึงยุคหลังๆอย่าง ไรเดอร์แมนคูกะ อากิโตะ อะไรพวกนี้  จำได้ช่วงแรกแปลงกายโดยใช้เข็มขัด ถุงมือ แบบว่าขัดๆถูๆเดี๋ยวพี่เขาก็มาเอง  มายุคหลังแปลงกายโดยใช้โทรศัพท์มือถือก็ฮาดี ชอบ  แต่ถามว่าชอบมดแดงตัวไหนมากที่สุด  ผมชอบวี-4 ไรเดอร์แมนครับ  เป็นไอ้มดแดงขี้โรคที่สุดในกระบวนมดแดงมั๊งครับ ผมว่านะ  แต่มันก็มีเสน่ห์แปลกๆ ไม่เหมือนใคร  ตามเนื้อเรื่อง &#8220;ไรเดอร์แมน&#8221; คือ ยูกิ จูจิ อดีตนักวิทยาศาสตร์ขององค์การเดสตรอน พูดง่ายๆทำงานรับใช้ &#8220;ทักษิณ&#8221; เอ๊ย รับใช้จอมมาร สัตว์ประหลาด แบบไม่มีอุดมคติอะไรกับเขาซักอย่าง  การกลายมาเป็น &#8220;มดแดง&#8221; ก็เป็นไปในลักษณะตกกระไดพลอยโจนเสียมากกว่า เพราะโดนพวกในองค์การเดสตรอนอิจฉา หมั่นไส้ และใส่ความ ไม่เป็นก็ไม่ได้  แหม-เหมือนการย้ายพรรคของนักการเมืองไทยเลยเนอะ  ที่สำคัญถึงเป็น &#8220;มดแดง&#8221; แต่ก็เป็นแบบครึ่งๆกลางๆ เพราะครึ่งนึงเป็นมด ครึ่งนึงเป็นคน สังเกตุได้จากหน้ากากมดมองเห็นปากจมูกเหมือนคนธรรมดาเราๆนี่เอง  เพราะงั้น-ความสามารถในการต่อสู้จึงช่างต่ำเตี้ยกว่ามดแดงเจ้าอื่นอยู่มาก  รถมอเตอร์ไซด์ประจำตัวก็ไม่วิลิศมาหราอะไร เหาะเหินเดินอากาศกับเขาก็ไม่ได้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=21&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rider-man.jpg" title="rider-man.jpg"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rider-man.thumbnail.jpg?w=510" alt="rider-man.jpg" /></a></strong></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center"><strong>ผมชอบดูการ์ตูนครับ<br />
 ดูมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ยังไม่รู้จักอะไรคืออะนิเมะ อะไรเป็นมังงะ</strong></p>
<p align="center"><strong>ดูมั่ว-ว่าอย่างนั้นเหอะ<br />
 ที่ชอบม๊ากมากก็คือ ไอ้มดแดง ครับ<br />
 ดูมาตั้งแต่มดแดงวี-1 ไปจนถึงยุคหลังๆอย่าง ไรเดอร์แมนคูกะ อากิโตะ อะไรพวกนี้<br />
 จำได้ช่วงแรกแปลงกายโดยใช้เข็มขัด ถุงมือ แบบว่าขัดๆถูๆเดี๋ยวพี่เขาก็มาเอง<br />
 มายุคหลังแปลงกายโดยใช้โทรศัพท์มือถือก็ฮาดี ชอบ<br />
 แต่ถามว่าชอบมดแดงตัวไหนมากที่สุด<br />
 ผมชอบวี-4 ไรเดอร์แมนครับ<br />
 เป็นไอ้มดแดงขี้โรคที่สุดในกระบวนมดแดงมั๊งครับ ผมว่านะ<br />
 แต่มันก็มีเสน่ห์แปลกๆ ไม่เหมือนใคร<br />
 ตามเนื้อเรื่อง &#8220;ไรเดอร์แมน&#8221; คือ ยูกิ จูจิ อดีตนักวิทยาศาสตร์ขององค์การเดสตรอน พูดง่ายๆทำงานรับใช้ &#8220;ทักษิณ&#8221; เอ๊ย รับใช้จอมมาร สัตว์ประหลาด แบบไม่มีอุดมคติอะไรกับเขาซักอย่าง<br />
 การกลายมาเป็น &#8220;มดแดง&#8221; ก็เป็นไปในลักษณะตกกระไดพลอยโจนเสียมากกว่า เพราะโดนพวกในองค์การเดสตรอนอิจฉา หมั่นไส้ และใส่ความ<br />
ไม่เป็นก็ไม่ได้<br />
 แหม-เหมือนการย้ายพรรคของนักการเมืองไทยเลยเนอะ<br />
 ที่สำคัญถึงเป็น &#8220;มดแดง&#8221; แต่ก็เป็นแบบครึ่งๆกลางๆ เพราะครึ่งนึงเป็นมด ครึ่งนึงเป็นคน สังเกตุได้จากหน้ากากมดมองเห็นปากจมูกเหมือนคนธรรมดาเราๆนี่เอง<br />
 เพราะงั้น-ความสามารถในการต่อสู้จึงช่างต่ำเตี้ยกว่ามดแดงเจ้าอื่นอยู่มาก<br />
 รถมอเตอร์ไซด์ประจำตัวก็ไม่วิลิศมาหราอะไร เหาะเหินเดินอากาศกับเขาก็ไม่ได้<br />
 แทนที่จะเป็น &#8220;ตัวช่วย&#8221; สำหรับ วี-3 กลับกลายเป็น &#8220;ตัวถ่วง&#8221; ไปเสียฉิบ เฮ้อ<br />
 ไม่เพียงแต่จะเป็น &#8220;มดแดงขี้โรค&#8221; เท่านั้น แต่ยังขี้ใจน้อย อ่อนไหว ดื้อดึง ให้เห็นเป็นพักๆ<br />
 บางทีก็เป็นพวกเก็บกด ช่างคิดช่างแค้น ไม่มีอุดมการณ์อะไรกับเขา<br />
 แถมดูจะไม่ปลื้มกับการเป็น &#8220;ไอ้มดแดง&#8221; ของตัวเองแต่อย่างใด วันๆคิดแต่อยากกลับไปเป็นมนุษย์ตลอดเวลาอีกต่างหาก<br />
 ดูพี่เขาทำซิ<br />
 แล้วเสน่ห์ของ &#8220;มดแดง&#8221; ตัวนี้มันอยู่ที่ไหนกันละ<br />
 ก็อยู่ตรงที่บุคคลิกของ วี-4 ที่แสนจะน่าหมั่นไส้ตัวนี้จำลองความเป็น &#8220;มนุษย์&#8221; ได้อย่างสมจริงอย่างมากนั่นเอง<br />
 ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนแอ เห็นแก่ตัว ให้ความสำคัญตัวเองมาเป็นอันดับ 1 มันเป็นธาตุนิสัยของเราๆท่านๆ นี่เอง ไม่ใช่หรือ<br />
 เป็น &#8220;ฮีโร่&#8221; ที่มีข้อบกพร่อง ความทะยานอยากในชีวิตเหมือนคนทั่วไป<br />
ในขณะที่ &#8220;มดแดง&#8221; ตัวอื่นๆ ดูจะสมบูรณ์แบบ เพอร์เฟกต์ ไปเสียหมด<br />
 ล้วนแต่เป็นพระเอ๊กพระเอกแทบทั้งสิ้น<br />
 วี-4 ยังเป็น &#8220;มดแดง&#8221; ที่มีพัฒนาการอย่างเด่นชัดอีกต่างหาก<br />
 เริ่มต้นเป็นมดแดงผู้คลั่งแค้น แต่หลังจากเห็นการอุทิศตัวเพื่อ &#8220;คนอื่น&#8221; อย่างฮีโร่ต้นแบบคือ &#8220;มดเขียว&#8221; วี-3 แล้ว ก็สามารปรับเปลี่ยน เรียนรู้<br />
 และ &#8220;ก้าวผ่าน&#8221; เป็น ไรเดอร์ แมน ที่มีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นได้ในที่สุด<br />
 เป็น &#8220;ไอ้มดแดง&#8221; ที่เจ๋งสุดนะครับ ผมว่า<br />
</strong></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/21/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/21/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/21/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=21&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/16/%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/rider-man.thumbnail.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">rider-man.jpg</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หัวเราะให้มันสบายใจ</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/14/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/14/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Feb 2007 12:06:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/14/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/</guid>
		<description><![CDATA[ เขาว่าคนไทยหัวเราะง่าย มีอารมณ์ขัน  เห็นด้วยเลยครับ ถึงบางที-บางเรื่องไม่เห็นจะน่าขำก็ตามทีเถอะ  หัวเราะเก่ง ยิ้มง่าย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว น่าจะเป็นคุณสมบัติเฉพาะของคนในประเทศเราก็ได้มังครับ ผมว่านะ  แต่ที่ประเทศเยอรมัน ผิดกันไกลลิบ ดูท่าจะหาอารมณ์ขันไม่เจอเอาเสียเลย  เห็นด้วยอีกเหมือนกัน ไม่เชื่อก็ดูอย่าง ฟร้านซ์ เบ๊กเค่นบาวร์,โลธ่าร์ มัตเธอุส นั่นปะไร แม้จะเป็นนักฟุตบอลคนดัง ได้รับความนิยมไปทั่วโลก  แต่ไม่เห็นวันๆแกจะมี &#8220;มุข&#8221; มาโชว์เรียกรอยยิ้มให้กับใครเขาได้เลย  จะหา &#8220;หน่อมแน้ม&#8221; อย่าง เจอร์เก้น คลิ้นสมันน์ ไม่เจอเอาเสียเลย  ผมไม่ได้กล่าวหาลอยๆนะครับ เพราะมีข้อมูลหลักฐานชี้ชัดๆ  เพราะประเทศเยอรมันเคยจัดประชุมว่าด้วยอารมณ์ขันแห่งชาติมาแล้ว จัดกันมาก็ 9-10 ครั้งกันเข้าไปแล้ว  สาเหตุที่ต้องจัดก็เพราะคนเยอรมันเอาแต่ซีเรียสไปกับชีวิตไป(ไม่หน่อย) กระมัง  หัวข้อของการประชุมประกอบด้วย การค้นหาตัวตลกทั่วๆไป และตัวตลกในชุดคนไข้ โดยจะมีวิทยากรที่เชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ของการสร้างเสียงหัวเราะมาร่วมให้ความรู้ นอกจากนี้จะมีเรื่อง การหัวเราะกับการลงโทษ การสร้างเสียงหัวเราะเป็นทีม ที่สำคัญคือ &#8220;เสียงหัวเราะเป็นกลเม็ดต่อต้านความรุนแรง&#8221;  ไมเคิล ติตเซ่ นักตลกเงียบชาวเยอรมันเคยกล่าวว่า&#8221;ประเทศของเราต้องการอารมณ์ขันเพื่อปลดปล่อยบ้าง&#8221;  ที่สำคัญการจัดงานการประชุมครั้งนี้มีนักวิชาการกว่า 1,000 คน นักสาธารณสุข นักจิตแพทย์บำบัดเข้าร่วม โทมัส [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=18&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/laugh.gif" title="humor"></a><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/laugh.gif" title="humor"></a><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/laugh.gif" title="humor"></p>
<p style="text-align:center;"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/laugh.thumbnail.gif?w=510" alt="humor" /></p>
<p> เขาว่าคนไทยหัวเราะง่าย มีอารมณ์ขัน<br />
 เห็นด้วยเลยครับ ถึงบางที-บางเรื่องไม่เห็นจะน่าขำก็ตามทีเถอะ<br />
 หัวเราะเก่ง ยิ้มง่าย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว น่าจะเป็นคุณสมบัติเฉพาะของคนในประเทศเราก็ได้มังครับ ผมว่านะ<br />
 แต่ที่ประเทศเยอรมัน ผิดกันไกลลิบ ดูท่าจะหาอารมณ์ขันไม่เจอเอาเสียเลย<br />
 เห็นด้วยอีกเหมือนกัน ไม่เชื่อก็ดูอย่าง ฟร้านซ์ เบ๊กเค่นบาวร์,โลธ่าร์ มัตเธอุส นั่นปะไร แม้จะเป็นนักฟุตบอลคนดัง ได้รับความนิยมไปทั่วโลก<br />
 แต่ไม่เห็นวันๆแกจะมี &#8220;มุข&#8221; มาโชว์เรียกรอยยิ้มให้กับใครเขาได้เลย<br />
 จะหา &#8220;หน่อมแน้ม&#8221; อย่าง เจอร์เก้น คลิ้นสมันน์ ไม่เจอเอาเสียเลย<br />
 ผมไม่ได้กล่าวหาลอยๆนะครับ เพราะมีข้อมูลหลักฐานชี้ชัดๆ<br />
 เพราะประเทศเยอรมันเคยจัดประชุมว่าด้วยอารมณ์ขันแห่งชาติมาแล้ว จัดกันมาก็ 9-10 ครั้งกันเข้าไปแล้ว<br />
 สาเหตุที่ต้องจัดก็เพราะคนเยอรมันเอาแต่ซีเรียสไปกับชีวิตไป(ไม่หน่อย) กระมัง<br />
 หัวข้อของการประชุมประกอบด้วย การค้นหาตัวตลกทั่วๆไป และตัวตลกในชุดคนไข้ โดยจะมีวิทยากรที่เชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ของการสร้างเสียงหัวเราะมาร่วมให้ความรู้ นอกจากนี้จะมีเรื่อง การหัวเราะกับการลงโทษ การสร้างเสียงหัวเราะเป็นทีม</p>
<p></a>ที่สำคัญคือ &#8220;เสียงหัวเราะเป็นกลเม็ดต่อต้านความรุนแรง&#8221;<br />
 ไมเคิล ติตเซ่ นักตลกเงียบชาวเยอรมันเคยกล่าวว่า&#8221;ประเทศของเราต้องการอารมณ์ขันเพื่อปลดปล่อยบ้าง&#8221;<br />
 ที่สำคัญการจัดงานการประชุมครั้งนี้มีนักวิชาการกว่า 1,000 คน นักสาธารณสุข นักจิตแพทย์บำบัดเข้าร่วม โทมัส โฮลท์เบิร์นด์ จิตแพทย์รายหนึ่งบอกว่า &#8220;ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา ผมสังเกตเห็นบริษัทของเยอรมันเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องอารมณ์ขัน ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาตระหนักดีว่าเสียงหัวเราะทำให้เจ็บป่วยน้อยลง&#8221;<br />
 แนวคิดของการจัดงาน เป็นการนำมาจากอินเดียซึ่ง มาดาน กาตาเรีย เคยจัดเมื่อกลางทศวรษ 1990 จุดมุ่งหมายคือรักษาโรคด้วยพลังหัวเราะ โดยใช้หลักโยคะ และเพื่อสร้างสันติภาพในโลก<br />
 แต่เสียงหัวเราะช่วยสร้างสันติภาพนี่ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพราะบ้านเราหัวเราะกันเป็นกิจวัตร อารมณ์ดีกันเป็นวรรคเป็นวรรค แต่ก็ยังเอาแต่ทะเลาะกันไม่เลิกอยู่เหมือนกัน-แฮ่<br />
 วันนี้ใครที่ยังไม่มีเสียงหัวเราะ อารมณ์ขันหดหาย น่าจะเริ่มต้นนับหนึ่งได้แล้วนะครับ<br />
 </p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/18/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/18/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/18/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=18&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/14/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/laugh.thumbnail.gif" medium="image">
			<media:title type="html">humor</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ยอดคนขี้แพ้</title>
		<link>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/13/%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/13/%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2007 18:35:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kikaider</dc:creator>
				<category><![CDATA[คน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kikaider.wordpress.com/2007/02/13/%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[ชอบดูหนังของโจวซิงฉือกันหรือเปล่า ผมชอบครับ-ชอบมากเสียด้วย ยิ่งเรื่องไหนจับคู่กับอู๋เมิ่งต๊ะ ด้วยแล้ว รับประกันว่าฮาขี้แตกขี้แตน ผมเพิ่งไปค้นเรื่องของเขาบนเน็ต เอาข้อมูลเก่าๆมาตีลังการวมกับข้อมูลใหม่ แล้วเขียนไปลงหนังสือทำมือของตัวเอง เพิ่งไปวางขายที่งานหนังสือที่สวนสันติชัยปราการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่าว่าอย่างโง้นอย่างงี้ขอลอกเรื่องของตัวเองมาลงอีกที เพราะขี้เกียจเขียนใหม่มันยาว &#8220;คนขี้แพ้&#8221;ผู้ยิ่งใหญ่  ในขณะที่เฉินหลง,โจวเหวินฟะ และ เจ็ต ลี พากันโกฮอลลีวู้ดกันไปหมด &#8220;สตีเฟ่น โจว&#8221; มักจะถูกถามอยู่เสมอว่า ทำไมถึงไม่สนใจจะไปสร้างตลาดในสหรัฐอเมริกากับเขาดูบ้าง  เชื่อว่าผลตอบรับน่าจะดีเมื่อมองจากงานอย่าง Shaolin Soccer  และ Kung Fu Hustle ที่ถูกนำไปฉายที่อเมริกา และถือว่าได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น  คำตอบที่ได้รับจากโจว ซิง ฉือ ก็คือ เขาไม่ต้องการให้ฮอลลีวู้ดทำลาย &#8220;ตัวตน&#8221; ที่เขาเป็นอยู่นั่นเอง  ถ้าเลือกเล่นอยู่ในฮ่องกงต่อไป เขาจะสามารถแสดง สร้าง และกำกับงานในแบบอย่างที่ตัวเองต้องการได้  แต่สิ่งนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าเลือกไปฮอลลีวู้ด  ชั่วโมงนี้ สตีเฟ่น โจว คือดาราตลกอันดับ 1 ของฮ่องกง รวมถึงของเอเชีย และเคยได้รับการยกย่องจากไทม์ แม็กกาซีนให้เป็น &#8220;เอเชี่ยน ฮีโร่&#8221; กันเลยทีเดียว  &#8221;ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=13&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><a href="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/300px-stephenchow1.jpg" title="300px-stephenchow1.jpg"><img src="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/300px-stephenchow1.thumbnail.jpg?w=510" alt="300px-stephenchow1.jpg" /></a></p>
<p align="center">ชอบดูหนังของโจวซิงฉือกันหรือเปล่า</p>
<p align="center">ผมชอบครับ-ชอบมากเสียด้วย ยิ่งเรื่องไหนจับคู่กับอู๋เมิ่งต๊ะ ด้วยแล้ว รับประกันว่าฮาขี้แตกขี้แตน</p>
<p>ผมเพิ่งไปค้นเรื่องของเขาบนเน็ต เอาข้อมูลเก่าๆมาตีลังการวมกับข้อมูลใหม่ แล้วเขียนไปลงหนังสือทำมือของตัวเอง เพิ่งไปวางขายที่งานหนังสือที่สวนสันติชัยปราการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา</p>
<p>อย่าว่าอย่างโง้นอย่างงี้ขอลอกเรื่องของตัวเองมาลงอีกที เพราะขี้เกียจเขียนใหม่มันยาว</p>
<p>&#8220;คนขี้แพ้&#8221;ผู้ยิ่งใหญ่<br />
 ในขณะที่เฉินหลง,โจวเหวินฟะ และ เจ็ต ลี พากันโกฮอลลีวู้ดกันไปหมด &#8220;สตีเฟ่น โจว&#8221; มักจะถูกถามอยู่เสมอว่า ทำไมถึงไม่สนใจจะไปสร้างตลาดในสหรัฐอเมริกากับเขาดูบ้าง<br />
 เชื่อว่าผลตอบรับน่าจะดีเมื่อมองจากงานอย่าง Shaolin Soccer  และ Kung Fu Hustle ที่ถูกนำไปฉายที่อเมริกา และถือว่าได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น<br />
 คำตอบที่ได้รับจากโจว ซิง ฉือ ก็คือ เขาไม่ต้องการให้ฮอลลีวู้ดทำลาย &#8220;ตัวตน&#8221; ที่เขาเป็นอยู่นั่นเอง<br />
 ถ้าเลือกเล่นอยู่ในฮ่องกงต่อไป เขาจะสามารถแสดง สร้าง และกำกับงานในแบบอย่างที่ตัวเองต้องการได้<br />
 แต่สิ่งนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าเลือกไปฮอลลีวู้ด<br />
 ชั่วโมงนี้ สตีเฟ่น โจว คือดาราตลกอันดับ 1 ของฮ่องกง รวมถึงของเอเชีย และเคยได้รับการยกย่องจากไทม์ แม็กกาซีนให้เป็น &#8220;เอเชี่ยน ฮีโร่&#8221; กันเลยทีเดียว<br />
 &#8221;ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า ภาพยนตร์ของผมไม่ได้สนใจรายละเอียด หรือต้องการความพิถิพิถันทุกขั้นตอนเหมือนงานจากผู้กำกับชั้นนำในฮอลลีวู้ด แต่ผมต้องการให้งานของผมมีความไหลลื่น เป็นธรรมชาติ และสะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา&#8221;<br />
 แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีพัฒนาการเอาเสียเลย<br />
 &#8221;หลายปีที่ผ่านมาผมรู้สึกว่า ภาพยนตร์ของผมเป็นเหมือนงานโชว์เดี่ยวของตัวผมเอง เรื่องราวในเรื่องไม่มีความสำคัญเท่ากับว่า ผมคือตัวนำเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ มันดูเหมือนงานวันแมนโชว์เสียมากกว่า และตอนนี้ผมพยายามให้ความสนใจในรายละเอียด เรื่องราว เนื้อหาและการสร้างอารมณ์มากขึ้น&#8221;<br />
 และจะสามารถเห็นความคลี่คลายอย่างเด่นชัดจาก Kung Fu Hustle งานที่ถือว่าได้ทั้งเงินทั้งกล่อง<br />
 แถมยังเป็นงานคารวะ &#8220;บรู๊ซ ลี&#8221; ฮีโร่ในดวงใจอีกต่างหาก<br />
 อาจจะดูอหังการไปหน่อย แต่ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์ของ โจว ซิง ฉือ ก็มีลักษณะเฉพาะตัวจริงๆ<br />
 เควนติน ตารันติโน่ ยอดผู้กำกับคนดังซูฮกว่า โจว ซิง ฉือ คือนักแสดงที่ดีที่สุดในฮ่องกง<br />
 ในขณะที่ เดเด้ นิกเคอร์สัน ผู้แทนของมิราแม็กซ์ในเอเชียที่ช่วยนำ &#8220;เส้าหลิน ซอคเกอร์&#8221; ไปฉายในยุโรปและอเมริกาแสดงทรรศนะว่า ไม่ว่าโจว ซิง ฉือ จะเป็นอัจฉริยะ หรือตลกบ้าบอ ก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่า เขาเป็นที่รักของผู้ชม<br />
 แม้กระทั่งผู้สื่อข่าวฮ่องกงที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ก็ยังต้องยอมรับว่า บทบาทตลกอันไร้สาระในหนังของโจวนั้น เป็นงานที่เหนือชั้นตลอดเวลา<br />
 บทบาทของตัวเอกที่แสดงโดย โจว ซิง ฉือ มักจะไม่ใช่ตัวละครที่เพียบพร้อม สมบูรณ์แบบ มีจุดบกพร่องมากมาย<br />
 เป็นงานที่มักให้ตัวเอกเล่นบท &#8220;ขี้แพ้&#8221; ในต้นเรื่อง แต่อาศัยความดีเป็นเกราะกำบังจนสามารถ &#8220;ก้าวผ่าน&#8221; อุปสรรคต่างๆไปได้โดยตลอด<br />
 เป็นเหมือน &#8220;โนบิตะ&#8221; ที่ต้องอาศัย โดราเอม่อนยังไงยังงั้น<br />
 แต่สามารถชนะใจผู้ชมได้มากมาย<br />
 ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ในห้วงเวลาที่โรค &#8220;ซาร์ส&#8221; เล่นงานฮ่องกงจนทรุดเซ ภาพยนตร์ของสตีเฟ่น โจว กลับเป็นที่ต้องการของชาวฮ่องกงมากกว่าที่เคย<br />
 ผู้ชมชาวฮ่องกงที่เป็น &#8220;แฟนคลับ&#8221; รายหนึ่งแสดงความเห็นว่า นั่นอาจเป็นเพราะว่าภาพยนตร์ของ โจว ซิง ฉือ ทุกเรื่องแสดงให้เห็นว่าโลกยังมีความหวัง และไม่สยบยอมให้กับอุปสรรคชีวิตใดๆ ถึงเป็นหนังตลกแต่ก็สะเทือนอารมณ์อย่างยิ่ง<br />
 &#8221;หลังจากผมดูหนังของเขาแล้ว รู้สึกเหมือนมีพลังที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง&#8221; แฟนชนิดเข้ากระดูกดำรายหนึ่งกล่าว<br />
 เป็นเสน่ห์ในความเป็น สตีเฟ่น โจว ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนจริงๆ<br />
เรื่องน่ารู้ของ โจว ซิง ฉือ<br />
-เมื่อตอนเด็กๆ โจว เรียนกังฟูด้วยการศึกษาจากโทรทัศน์ เนื่องจากพ่อแม่ของเขาไม่ยอมให้ไปเรียน แม้ปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังชอบดูหนังกังฟูอยู่เป็นประจำ<br />
-โจว เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ บรู๊ซ ลี และยังเคยรับหน้าที่เป็นประธานแฟนคลับของ บรู๊ซ ลี ในฮ่องกงมาก่อน<br />
-นอกจากกังฟู บรู๊ซ ลี แล้ว เรื่องโปรดที่โจวยอมรับว่าเป็น&#8221; สาวก&#8221; อยู่อย่างเหนียวแน่นก็คือ &#8220;ดราก้อนบอลล์&#8221;</p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/kikaider.wordpress.com/13/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/kikaider.wordpress.com/13/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kikaider.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kikaider.wordpress.com/13/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kikaider.wordpress.com&amp;blog=773267&amp;post=13&amp;subd=kikaider&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kikaider.wordpress.com/2007/02/13/%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/27438db81c25623b5807519bc02481c0?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">jiro</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kikaider.files.wordpress.com/2007/02/300px-stephenchow1.thumbnail.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">300px-stephenchow1.jpg</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
